
จับคู่ธุรกิจไทย-ตุรกี
ดันเปิดตลาดใหม่ยุโรป แอฟริกา ส่งออกธุรกิจสปาความงาม
ดันเปิดตลาดใหม่ยุโรป แอฟริกา ส่งออกธุรกิจสปาความงาม
ไทยจับมือตุรกีดึงเอสเอ็มอีสองประเทศจับคู่ธุรกิจ เชื่อมโยงตลาดใหม่ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา คาดจับคู่สร้างเม็ดเงินกว่า 500 ล้าน
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.ได้มีการลงนามความร่วมมือกับองค์การพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งตุรกี หรือคอสเกบ (KOSGEB) ประเทศตุรกี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจเอสเอ็มอีสองประเทศ ทั้งการจับคู่ทางธุรกิจขยายตลาด ซึ่งประเทศตุรกีมีศักยภาพอย่างมาก จากการที่เป็นประตูการค้าที่เชื่อมโยงไปยังตลาดยุโรป ตลาดตะวันออกกลางและตลาดในแอฟริกาเหนือ
ขณะเดียวกัน ตุรกีมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 17 ของโลก และมีรายได้ประชากรในประเทศระดับสูง อีกทั้งธุรกิจในตุรกีมีความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างระดับสูงและเชี่ยวชาญเทคโนโลยี จึง
มีโอกาสร่วมลงทุนกับธุรกิจไทยได้ ส่วนธุรกิจไทยที่มีโอกาสเข้าไปลงทุนในตุรกีจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจสปาและบริการดูแลสุขภาพทางการแพทย์ อาหาร ธุรกิจความงาม ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและโรงแรม และยานยนต์
ทั้งนี้ สสว.และ คอสเกบ ได้ร่วมมือนำผู้ประกอบการจากตุรกีจำนวน 14 ราย เข้ามาจับคู่ทางธุรกิจกับเอกชนไทยจำนวน 90 ราย จัดขึ้นที่ไทย โดยธุรกิจตุรกีที่มาจับคู่ธุรกิจจะเกี่ยวกับธุรกิจไอที อาหาร เครื่องประดับอัญมณี วิศวกรรม อะไหล่ยานยนต์ และยานยนต์ เป็นต้น เชื่อมั่นว่าจะเกิดการจับคู่ทางธุรกิจมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท และในปี 2560 มีแผนนำเอสเอ็มอีไทยไปจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการตุรกี จัดที่ตุรกี
นายเรเซป ไบเซอร์ ประธานคอสเกบ แห่งตุรกี กล่าวว่า มีความพร้อมนำผู้ประกอบการตุรกีเข้ามาลงทุนและจับคู่ทางธุรกิจกับเอสเอ็มอีไทย ซึ่งมีหลายกลุ่มธุรกิจของประเทศตุรกีที่สนใจเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมด้านยานยนต์ และมีความพร้อมที่จะส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยไปขยายตลาดในตุรกี
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ประเทศตุรกีมีบริษัทด้านการก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่มีโครงการจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสของเอกชนไทยจับคู่ธุรกิจกับธุรกิจก่อสร้างของตุรกี รวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีของตุรกีมีศักยภาพสูงมาก เช่น ดังนั้น ธุรกิจไทยควรขยายความร่วมมือกับตุรกีมากขึ้น







