
เปิดยื่นซอง3จีไร้เงาต่างชาติ
เปิดยื่นซองประมูลใบอนุญาต 3 จีรอบแรกมีแต่ยักษ์สื่อสารหน้าเดิม ไม่มีต่างชาติเข้าร่วม ด้านกทช.เชื่อกังวลการแข่งขันไม่เท่าเทียม ย้ำดำเนินการทุกอย่างโปร่งใสคาดเปิดรอบ2มีเจ้าใหม่มาแน่นอน
เปิดยื่นซองประมูลใบอนุญาต 3 จีรอบแรกมีแต่ยักษ์สื่อสารหน้าเดิม ไม่มีต่างชาติเข้าร่วม ด้านกทช.เชื่อกังวลการแข่งขันไม่เท่าเทียม ย้ำดำเนินการทุกอย่างโปร่งใสคาดเปิดรอบ2มีเจ้าใหม่มาแน่นอน
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่า สาเหตุที่ไม่มีบริษัทร่วมทุนจากต่างชาติเข้ายื่นซองประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ 3 จี เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่มั่นใจในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการที่ กทช. อาจไม่มีอำนาจ จัดสรรคลื่นความถี่ใหม่เพราะต้องรอ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
ประเด็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ต่างชาติค่อนข้างกังวล นอกเหนือไปจากนโยบายการยุติสัมปทานแล้วเปลี่ยนเป็นไลเซ่นส์ 2 จีของรัฐบาล ที่ต่างชาติได้รับรู้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องว่าทั้ง 3 รายที่มีอยู่เดิมจะได้ไลเซ่นส์ 2 จี โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ต่างชาติกังวลถึงการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมกัน
“ถือเป็นมาตรฐานของทั่วโลกที่การประมูล 3 จี ครั้งแรกจะไม่มีรายใหม่ เพราะต้องการรอดูกระบวนการทั้งหมดก่อน แต่เชื่อมั่นว่าการที่กทช. ทำทุกอย่างโปร่งใส จะช่วยให้การเปิดประมูลรอบที่ 2 มี ต่างชาติสนใจเข้าร่วมอย่างแน่นอน” พ.อ.นที กล่าว
ทั้งนี้ ยืนยันว่าร่างประกาศกทช.ว่าด้วยการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ....ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในช่วงที่ใกล้วันยื่นซองไม่ได้มีผลทำให้ทุนต่างชาติไม่สนใจเข้าประมูล เพราะร่างดังกล่าวไม่ได้บังคับใช้เฉพาะผู้ที่ได้ไลเซ่นส์ 3 จี แต่บังคับใช้ทั้งอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
พ.อ.นที กล่าวว่า หลังจากมีผู้ยื่นซองพียง 3 ราย ส่งผลให้ต้องเปิดประมูลเพียง 2 ใบ ตามเงื่อนไขผู้เข้าร่วมประมูลต้องมากกว่าไลเซ่นส์ (N-1) โดยจะประกาศรายชื่อบริษัทที่ผ่านคุณสมบัติวันที่ 14 ก.ย. และเริ่มประมูลรอบแรกวันที่ 20 ก.ย. หลังจากนั้นอีก 90 วัน จะเปิดประมูลใบที่ 3 ซึ่งในรอบนี้จะไม่มีการใช้วิธีเอ็นลบหนึ่ง นั่นคือ หากมีผู้ยื่นประมูลเพียงรายเดียว รายนั้นจะได้ไลเซ่นส์ไปเลย โดยราคาไลเซ่นส์จะเท่ากับราคาต่ำสุดของ 2ใบแรก
สำหรับบรรยากาศการยื่นซอง 3 จี มี 4 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค บริษัทลูกของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ที่ถือฤกษ์ด้วยการยื่นเวลา 09.09น. บริษัท ดีแทค อินเทอร์เน็ต เซอร์วิส เครือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เข้ายื่นเวลา 13.49 น. และ บริษัท เรียลมูฟ บริษัทลูกของทรูมูฟ ยื่นเวลา 14.45 น. แม้จะเดินทางมาถึง กทช. ก่อนเวลาดังกล่าวก็ตาม
ขณะที่รายสุดท้าย คือ บริษัท วิน วิน เอ็นจีวี ยื่นเวลา 15.45น. ซึ่งเป็นบริษัทของนายยุทธนาและ น.ส. ปัทมาวดี โพธสุธน ทายาทนายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ที่ยื่นฟ้อง พ.อ.นที ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กรณีกำหนดค่าไลเซ่นส์ 1.28 หมื่นล้านบาทต่ำเกินไป
อย่างไรก็ตาม บริษัท วิน วิน เอ็นจีวี ยื่นเอกสารไม่ครบ โดยขาดเอกสารสำคัญ คือ ค่ามัดจำ 10% ของราคาไลเซ่นส์ และหนังสือรับรองการให้เงินกู้จากธนาคาร ซึ่งกทช.ได้กำหนดชัดเจนว่าจะต้องยื่นภายในวันที่ยื่นซองเท่านั้น จึงไม่สามารถเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ได้
นายยุทธนา กล่าวว่า ทางบริษัทเข้าใจว่าเอกสารสามารถยื่นตามหลังได้ภายใน 2-3 วัน ซึ่งจุดเด่นของบริษัทที่เข้าประมูลครั้งนี้คือ ความตั้งใจและมุ่งมั่น เพราะสนใจในธุรกิจโทรคมนาคมมานาน และเห็นว่าคุ้มค่าที่จะลงทุนโครงข่ายด้วยตัวเองแทนการเช่าใช้
“การที่คุณพ่อยื่นฟ้องปปช. แต่ลูกมายื่นซองนั้นไม่ถือว่าขัดแย้งกัน เพราะบริษัทมีความตั้งใจเต็มที่ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ 3 จี ยืนยันว่าถ้าไม่พร้อมก็ไม่มาแน่นอน” นายยุทธนากล่าว
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประมูลต้องเสียเงินมัดจำ 10% หรือ 1,280 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมพิจารณาคำขอ 5 แสนบาท หนังสือรับรองการให้เงินกู้จากธนาคาร ซึ่งหากได้รับไลเซ่นส์แล้ว จะได้เงินส่วน 10% คืน แต่ต้องจ่ายเงิน 50% ของราคาไลเซ่นส์ที่ประมูลได้ ก่อนจะทยอยจ่ายที่เหลือให้ครบใน 2 ปี หรือ ปีละ 25%
ส่วนบริษัทอื่นๆ ที่ขอรับซองแต่ไม่ได้ยื่น คือ เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ บริษัท สมุทรปราการ บริษัท เจมส์ แอนด์ พาร์ตเนอร์ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท อคิวเมน กลุ่ม จัสมิน บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ บริษัท มิลคอม บริษัท สราญรัตน์ บริษัท วิน วิน เอ็นจีวี บริษัท เขาหลัก แบมบู ออร์คิด บริษัท อภิชัยชัชวาลย์ และ บริษัท จาวา ซอฟท์ วิชั่น บริษัท รุ่งเอกรยา และ บริษัท 365 คอมมูนิเคชั่น







