posttoday
เซ็นทรัลเปิดธุรกิจเพย์เมนต์ เสริมบริการครบวงจร

เซ็นทรัลเปิดธุรกิจเพย์เมนต์ เสริมบริการครบวงจร

16 ธันวาคม 2559

ธุรกิจเพย์เมนต์หรือบริการชำระเงินผ่านทางเคาน์เตอร์ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับไทย อีกทั้งยังมีคู่แข่งจำนวนมาก

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย 

ธุรกิจเพย์เมนต์หรือบริการชำระเงินผ่านทางเคาน์เตอร์ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สำหรับไทย อีกทั้งยังมีคู่แข่งจำนวนมาก และมีความแข็งแกร่งอย่าง เคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือกระทั่งเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี แต่เป็นตลาดที่ใหญ่มูลค่าหลักแสนล้านบาท สำหรับกลุ่มเซ็นทรัล การเปิดตัวให้บริการเซ็นเพย์ (CenPay) เพื่อย้ำการบริการครบวงจรนอกเหนือจากการช็อปปิ้งแต่เพียงอย่างเดียว

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า กลุ่มเซ็นทรัลวางแผนเปิดธุรกิจใหม่ในเครือ เซ็นเพย์ ผู้ให้บริการด้านการรับชำระเงินบิล และการเติมเงินอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นไปตามโรดแมปของกลุ่มรองรับการชำระเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์หรือฟินเทคในอนาคต โดยบริษัทได้ลงทุนมากกว่า 30 ล้านบาท วางรากฐานระบบไอทีและทดลองเปิดให้บริการมาร่วม2 ปี ได้รับการตอบรับที่ดี ผู้ใช้บริการชำระบิล 3 แสนรายการ/เดือน ยอดเติมเงิน 1.6 ล้านบาท/เดือน

ทั้งนี้ ปีหน้าขยายการให้บริการชำระเงินและเติมเงิน 20 รายการ จากปัจจุบันมีทั้งหมด 200 รายการ  อาทิ บัตร ที่ใช้ในระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติ หรืออีซี่พาส กรุงศรี ออโต้ และธนาคารอาคารสงเคราะห์ พร้อมกับปลายปีเปิดตัวแอพพลิเคชั่นบริการชำระเงินและเติมเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือ การขยายเคาน์เตอร์เพิ่มจากปัจจุบันมีกว่า 6,000 เครื่อง ครอบคลุมธุรกิจในเครือกว่า 1,659 สาขา อาทิ แฟมิลี่มาร์ท 1,117 สาขา ห้างเซ็นทรัล 22 สาขา โรบินสัน 44 สาขา เป็นต้น

“พฤติกรรมลูกค้ามาเดินศูนย์การค้าไม่ได้แค่ต้องการมาช็อปปิ้ง ดังนั้นการทำธุรกิจค้าปลีกต้องตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เซ็นเพย์เป็นธุรกิจใหม่เข้ามาเติมเต็มทำให้การบริการครบวงจร มาช็อปปิ้งซื้อสินค้าแล้วยังสามารถชำระเงินบิลต่างๆ ในระยะ3 เดือน จัดเก็บค่าธรรมเนียม 5 บาท หลังจากนั้นพิจารณาว่าจะปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ นอกจากนี้ยังจับมือร่วมกับเดอะ วัน การ์ด ลูกค้าสามารถแลกแต้มเพื่อเป็นการชำระค่าบริการแทนเงินสด จากปัจจุบันฐานสมาชิกเดอะ วัน การ์ด เกือบ 12 ล้านราย”

สำหรับเป้าหมายการรุกธุรกิจชำระค่าบริการผ่านทางเคาน์เตอร์ บริษัทตั้งเป้าหมายติดอันดับท็อปทรีหรือ 1 ใน 3 ของตลาด จากปัจจุบัน เคาน์เตอร์เซอร์วิส เป็นผู้นำตลาด ตามด้วยเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี ปีหน้าบริษัทคาดว่ามีผู้ใช้บริการชำระบิลเพิ่ม 6 แสนราย/เดือน มีอัตราการเติบโต 100% จากปีนี้การใช้บริการชำระบิลเพิ่มขึ้น 140% และอัตราการเติบโตของการใช้บริการเติมเงินเพิ่มขึ้น 200% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา การชำระค่าสาธารณูปโภค โทรศัพท์ มือถือ ค่าบัตรเครดิต

ขณะที่มาตรการช็อปช่วยชาติทางเซ็นทรัล กรุ๊ป นำสินค้ามาลดราคาตั้งแต่ 30-70% คาดว่าสินค้าที่จะได้รับการตอบรับที่ดีเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภค ส่วนกลุ่มสินค้าแฟชั่นคงได้รับอานิสงส์น้อย ซึ่งประเมินว่าบรรยากาศโดยรวมแล้วน่าจะมีความคึกคักเพราะระยะเวลาจัดงานเพิ่มจาก 1 สัปดาห์ เป็น 2 สัปดาห์

มนตรี สิทธิญาวณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างเซ็นทรัลดีพาร์ทเมนท์สโตร์ กล่าวว่า งบตลาดในปีหน้าราว 30 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้เจาะกลุ่มเป้าหมาย 25-50 ปีที่ชำระเงินบิลและเติมเงินโทรศัพท์มือถือ สำหรับการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นปลายปี เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มหันมาช็อปปิ้งผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วนทางเคาน์เตอร์รองรับกับผู้มาช็อปปิ้งทางออฟไลน์ เพราะสถานการณ์ขณะนี้เป็นช่วงฝุ่นตลบการเปลี่ยน
ถ่ายระหว่างโลกออนไลน์กับออฟไลน์

ทางด้าน ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการ แผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น กล่าวว่า การแข่งขันธุรกิจค้าปลีกต้องเป็นมากกว่าแค่สถานที่ช็อปปิ้ง ธุรกิจเคาน์เตอร์เซอร์วิส เข้ามาตอบโจทย์ทำให้ผู้เข้ามาใช้บริการมีความสะดวกสบาย สำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อชำระบิล ขณะนี้ยังไม่มีแพลทฟอร์มดังกล่าว แต่ก็สนใจพัฒนาเพื่อรองรับกับการชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือ จากนี้ไปต้องจับตาดูการแข่งขันค้าปลีกปีหน้ากับการนำเสนอบริการใหม่ๆ เพิ่มเติม

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน