เปิด "สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์" ปลุกกระแสไทย-เทศเที่ยวเพิ่ม
"สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์" เมืองจำลองแหล่งท่องเที่ยวด้านเอ็ดดูเทนเมนต์ใหม่ล่าสุดในเมืองกรุง ที่หวังติดท็อป10จุดท่องเที่ยวสำคัญในกทม.
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การเปิดตัวของแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ ซึ่งในประเทศไทยมีการเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น แหล่งท่องเที่ยวใหม่ในกรุงเทพฯ ที่เพิ่งเปิดตัวช่วงวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์
เอกภาสน์ เตพละกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท สกายเวนเจอร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ เปิดเผยว่า ได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เปิดตัว สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ เมืองจำลองย่อส่วนอัตรา 1 : 87 เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 เกตเวย์ เอกมัย มีเป้าหมายว่าจะผลักดันให้ สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ กลายเป็น 1 ใน 10 จุดท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพฯ
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้เกิดจากความต้องการส่วนตัวที่อยากเห็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทสาระบันเทิง (เอ็ดดูเทนเมนต์) ในประเทศไทย ที่จะทำให้คนทั้งครอบครัวมีประสบการณ์ร่วมกันได้ โดยมองว่าที่ผ่านมาแหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในไทยจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ให้ความบันเทิงเป็นหลัก แต่ยังขาดการให้ความรู้ หรือหากเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทเอ็ดดูเทนเมนต์ที่มีอยู่แล้ว ก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เด็กรู้สึกสนุก แต่ผู้ใหญ่ไม่ได้มีส่วนร่วม
สาเหตุที่เลือกสร้างเป็นเมืองจำลองย่อส่วน เนื่องจากที่ผ่านมาได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อค้นหาแหล่งท่องเที่ยวที่คิดว่าจะตอบโจทย์ที่ต้องการ และพบว่าเมืองจำลองย่อส่วนเป็นแหล่งท่องเที่ยวในต่างประเทศที่เคยไปมาแล้วสามารถตอบโจทย์นี้ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็เข้าไปเที่ยวได้ อีกทั้งผู้ปกครองสามารถเข้าไปเที่ยวพร้อมกับบุตรหลาน แล้วมีส่วนร่วมสนุกไปด้วยกันได้อีกด้วย จากสถิติที่ทราบมาพบว่าเมืองจำลองย่อส่วนชื่อดังในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี เปิดดำเนินการมาแล้ว 10 ปี มีผู้เข้าชมถึงปีละ 1 ล้านคน จึงมองว่าน่าจะสร้างแหล่งท่องเที่ยวประเภทนี้ในไทยเพื่อเป็นแม่เหล็กใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติได้
ขณะที่ในประเทศไทยไม่มีคนเคยก่อสร้างเมืองลักษณะนี้ หากมีก็เป็นเพียงผู้ที่ทำเมืองจำลองเล่นๆ ขนาดเล็กเป็นงานอดิเรก ขณะที่การทำเมืองจำลองย่อส่วนใหญ่ขนาดใหญ่ต้องใช้ทักษะสูงมาก และมีรายละเอียดมาก จึงต้องสร้างทีมงานขึ้นมาใหม่ เรียนรู้และลงมือทำ ซึ่งก็ใช้เวลา 1 ปี ในการสร้างโดยทีมงานไทยทั้งหมด
เอกภาสน์ กล่าวว่า สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ เป็นเมืองจำลองย่อส่วนที่เล่าเรื่องราวการผจญภัยของหนุ่มน้อยชื่อ สแตนลีย์ ที่ออกเดินทางตามหาสมบัติล้ำค่า โดยได้เรียนรู้เรื่องราวมากมายระหว่างการเดินทางผ่าน 11 โซนแห่งความสุขและความมหัศจรรย์ คือ เมืองแห่งทรัพยากรที่เป็นต้นกำเนิดชีวิต เมืองเกษตรกรรมและการทำปศุสัตว์ เมืองแห่งประวัติศาสตร์และอารยธรรม เมืองแห่งจุดเริ่มต้นของการคมนาคมและความบันเทิง เมืองแห่งทะเลทราย เมืองแห่งท้องทะเล ถ้ำแห่งกาลเวลา เมืองท่าสีขาว สนามบินไร้ขอบฟ้า ย่านธุรกิจพันล้าน และเมืองไท้ยไทย
กลุ่มเป้าหมายของสแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ เป็นคนไทย 40% ต่างชาติ 60% ในส่วนของคนไทย คาดว่า 15-20% จะเป็นกลุ่มโรงเรียนที่พานักเรียนมาทัศนศึกษา ที่เหลือเป็นกลุ่มครอบครัวที่เดินทางมาเอง ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ น่าจะเป็นกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวเองเป็นหลัก มีเพียง 15-20% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นกลุ่มทัวร์ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้นำตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวต่างๆ มาดูสถานที่เพื่อให้พิจารณาบรรจุเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่เสนอขายนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว
“กลุ่มที่ชอบเที่ยวชมเมืองจำลองย่อส่วน ก็คือ สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น โดยเยอรมนีเป็นผู้เล่นหลักๆ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวประเภทนี้นำเสนอ ส่วนในเอเชียก็มีญี่ปุ่น แต่ขนาดเมืองจำลองย่อส่วนไม่ใหญ่มาก ดังนั้นเมื่อเปิด สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ ก็คาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเหล่านี้ ขณะที่กลุ่มคนไทยที่น่าจะชอบแหล่งท่องเที่ยวลักษณะนี้ เป็นคนอายุ 30-45 ปี”
เอกภาสน์ กล่าวว่า หากเป็นไปได้ประเทศไทยควรจะมีการสร้างแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้มากๆ เพื่อตอบโจทย์ครอบครัว ทำให้เด็กไทยได้รับประโยชน์จากการมีแหล่งเรียนรู้ใหม่ๆ ในส่วนของ สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ ตั้งเป้าหมายมีผู้เข้าชมในปีหน้าทั้งปี 2 แสนคน จากนั้นเพิ่มเป็น 3 แสนคน ในปี 2561 และไปถึง 4 แสนคน ในปี 2562 ซึ่งอัตราผู้เข้าชม 4 แสนคน/ปี
ด้านแหล่งรายได้ของสแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ จะมาจาก 2 ส่วน คือ ค่าบัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ 650 บาท เด็ก (ความสูง 80-130 ซม.) 450 บาท โดยในช่วงเดือน ธ.ค.ได้จัดแคมเปญพิเศษความสุข...ใกล้พ่อ พาพ่อมาเที่ยวสิทธิพิเศษคุณพ่อ 450 บาท เด็ก 350 บาท สำหรับรายได้อีกส่วนหนึ่งจะมาจากค่าสปอนเซอร์ ที่ภาคธุรกิจต่างๆ ต้องการนำแบรนด์ของตัวเองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเมืองจำลองย่อส่วนโซนต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ โดยคาดว่าจะใช้เวลา 3 ปี จึงจะคุ้มทุนกับสแตนลีย์ มินิเวนเจอร์
“นอกจาก แสตนลีย์ มินิเวนเจอร์ บริษัท สกายเวนเจอร์ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ที่เปิดให้บริการไปก่อนหน้านี้คือ ไฟลท์ เอ็คซพีเรียนซ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้คนได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์เสมือนเป็นนักบิน ที่ซื้อแฟรนไชส์จากต่างประเทศมาเปิดในไทย หลังจากนี้ก็คงมีการจัดโปรโมชั่นให้ผู้ที่มาใช้บริการสแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ แล้วต้องการทดลองใช้บริการ ไฟลท์ เอ็คซพีเรียนซ ด้วย ในราคาที่ย่อมเยากว่าแต่มีระยะเวลาในการเข้าใช้บริการที่จำกัดกว่า”
เอกภาสน์ ทิ้งท้ายว่า หลังเปิด สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ อนาคตจะต่อยอดธุรกิจรับสร้างเมืองจำลองย่อส่วนพร้อมขายแฟรนไชส์สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์ให้กับผู้ประกอบการในจังหวัดอื่นของประเทศไทยที่ต้องการสร้างเมืองจำลองย่อส่วนเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ใหม่ในจังหวัด โดยนำตัวละครสแตนลีย์ไปใช้เป็นผู้เล่าเรื่องเช่นกัน เพียงแต่เรื่องราวโซนต่างๆ ที่ทำขึ้นจะไปสอดคล้องกับพื้นที่นั้นๆ ที่จัดแสดง แตกต่างไปจากเรื่องราวที่สแตนลีย์ มินิเวนเจอร์แห่งแรก
ขณะเดียวกันจะรับสร้างเมืองจำลองย่อส่วนที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวข้องกับประเทศแถบเอเชียให้กับประเทศอื่นๆ ที่ต้องการสร้างเมืองจำลองย่อส่วนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเอเชียด้วย
ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่น่าจะถูกจริตกับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการให้บุตรหลานได้เรียนรู้นอกห้องเรียน







