
ประชารัฐ สุขใจ
โดย...สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
โดย...สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
ในปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญการมีส่วนร่วมในการร่วมกันพัฒนาประเทศใน 3 ส่วน ได้แก่ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ ซึ่งเรียกว่า “นโยบายประชารัฐ” เน้นความต้องการของชุมชนเป็นตัวตั้ง และร่วมบริหารกันเอง หรือการกระจายอำนาจ โดยการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน ได้ให้แนวทางนโยบายประชารัฐ จะสร้างความยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการในการบริหารสถานที่จำหน่ายสินค้า
คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้อนุมัติงบ 100 ล้านบาท ให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำร้านค้าประชารัฐสุขใจ เพื่อจำหน่ายสินค้าให้กับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ทุกจังหวัด รวม 148 แห่ง เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการร้านค้า รวมทั้งการปรับปรุงรูปแบบสินค้าวิสาหกิจชุมชน และโอท็อป ที่นำมาวางจำหน่าย
ปัจจุบัน สสว.และกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ได้รับมอบร้านค้าที่สร้างเสร็จแล้วจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และทยอยเปิดร้านค้าประชารัฐสุขใจไปแล้ว 143 แห่ง จากจำนวนที่ตั้งเป้าไว้ 148 แห่ง ในสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในร้านค้าประชารัฐสุขใจ จะได้คัดเลือกสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของจังหวัด เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ส่วนสินค้าที่ไม่ผ่านคัดเลือก สสว.จะประสานงานมหาวิทยาลัย จัดหานวัตกรรมปรับปรุงสินค้า หรือประสานให้ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระทรวงอุตสาหกรรม ช่วยปรับปรุง โดยมีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) สนับสนุนด้านการเงินให้ชุมชน ซึ่ง สสว.และ พช.ได้ฝึกสอนชุมชนเรื่องบริหารร้านค้าและหาบุคลากรในชุมชนทำหน้าที่ขายสินค้า ทั้งสองหน่วยงานจะช่วยดูแลร้านค้าประชารัฐเวลา 3 ปี เมื่อร้านแข็งแรง จะส่งคืนให้ชุมชนแต่ละจังหวัดเป็นเจ้าของ
จากโครงการร้านค้าประชารัฐสุขใจ คาดว่าจะสร้างรายได้ให้วิสาหกิจชุมชน 6,000 ราย เป็นจำนวนประชากรที่ได้รับประโยชน์รวม 7 หมื่นราย ซึ่งในร้านค้าประชารัฐที่เปิดแล้ว 143 แห่ง มีอยู่ 30 แห่ง ที่ดำเนินการได้เต็มรูปแบบ ร้านค้าเหล่านี้ มียอดขายเพียงพอเลี้ยงตัวเองได้ คือ เฉลี่ยเดือนละ 4.2 หมื่นบาท/เดือน สสว.และ พช.พยายามขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เช่น จัดกระเช้าปีใหม่ และส่งเสริมการจำหน่ายทางออนไลน์ เป็นต้น







