
กสิกรบุกธุรกิจนายหน้าที่ดิน
ถกแบงก์ชาติก่อนรับเป็นที่ปรึกษาจัดการอสังหาฯให้กลุ่มลูกค้าเศรษฐี
ถกแบงก์ชาติก่อนรับเป็นที่ปรึกษาจัดการอสังหาฯให้กลุ่มลูกค้าเศรษฐี
โพสต์ทูเดย์ - ธนาคารกสิกรไทย หารือ ธปท. ขอให้บริการที่ปรึกษาด้านอสังหา ริมทรัพย์ช่วยเศรษฐีบริหารที่ดิน
นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานธุรกิจไพรเวทแบงก์ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงแนวทางกลยุทธ์การทำธุรกิจปีหน้าที่จะเปิดให้บริการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์กับลูกค้าของธนาคาร ซึ่งจะมีบางส่วนให้บริการจับคู่พันธมิตร เป็นคนกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ลักษณะคล้ายนายหน้า จึงต้องหารือกับ ธปท.ว่าจะดำเนินการได้หรือไม่
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่าลูกค้าที่มีเงินฝากและสินทรัพย์ 50 ล้านบาทขึ้นไป (ไพรเวทแบงก์กิ้ง) เกือบทั้งหมดต่างมีที่ดินในครอบครองที่ไม่ได้นำมาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ และเมื่อรัฐบาลมีนโยบายออกกฎหมายภาษีมรดกและภาษีที่ดิน ทำให้มีความต้องการนำที่ดินเปล่าออกมาสร้างผลตอบแทนมากขึ้น ซึ่งธนาคารมีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากมีฐานลูกค้าเยอะ ทั้งผู้มีที่ดิน และผู้ต้องการใช้ที่ดิน เช่น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม น่าจะช่วยทำให้เกิดการนำที่ดินมาหมุนเวียนสร้างประโยชน์ในระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น และธนาคารพร้อมให้ ธปท.กำกับดูแลเพิ่มเติมในการให้บริการดังกล่าว เพื่อให้เกิดความถูกต้องและสร้างความเชื่อมั่น
“ลูกค้าไพรเวทแบงก์เกือบ 100% มีที่ดินสะสมกันทั้งนั้น ซึ่งรวมมูลค่าแล้วเชื่อว่ามากกว่าพอร์ตสินทรัพย์ที่เขานำมาให้ธนาคารบริหารเสียอีก จากการนำร่องสำรวจลูกค้า 10 ครอบครัว พบว่ามีที่ดินราคาเป็นหมื่นล้านบาท หากมีโอกาสได้ให้บริการเพิ่มเติมในเรื่องที่ดิน น่าจะทำให้สินทรัพย์ในการบริหารจัดการ (เอยูเอ็ม) เพิ่มขึ้นอีก 2-3 เท่า จากปัจจุบันเราบริหารให้ลูกค้าเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น” นายจิรวัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ ในปี 2560 จะต่อยอดการให้บริการวางแผนสินทรัพย์ครอบครัว (Family Wealth Planning Service) เพราะธุรกิจครอบครัวในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นจากครอบครัวใหญ่ขึ้นจำเป็นต้องจัดระบบเพื่อสร้างความยั่งยืน โดยล่าสุดธนาคารมีบริการให้ความรู้ผ่านหลักสูตรทายาทเศรษฐี (KPB Academy) มีรุ่นพี่ที่สืบทอดธุรกิจครอบครัวเล่าถึงประสบการณ์ สร้างแนวคิดและแรงบันดาลใจ รวมทั้งสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ให้ทายาทรุ่นใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากจนมีรุ่นที่ 2 ตามมา
นายจิรวัฒน์ กล่าวว่า แผนธุรกิจปี 2560 ตั้งเป้าเอยูเอ็มเติบโต 7-10% เทียบเท่าปี 2559 ที่เติบโต 7% มูลค่าประมาณ 7.8 แสนล้านบาท กลยุทธ์บริหารพอร์ตเน้นความเสี่ยงกับผลตอบแทนให้สมดุล







