posttoday
ตลาดเอทานอลส่อวุ่น

ตลาดเอทานอลส่อวุ่น

30 สิงหาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — ผู้ผลิตเอทานอลหวั่นกลไกตลาดบิดเบือน หลังบริษัทน้ำมันแห่ลงทุนตั้งโรงงานผลิตเอง

นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี นายกสมาคมผู้ผลิตเอทานอล เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทน้ำมันเริ่มหันมาลงทุนตั้งโรงงานผลิตเอทานอลเอง ซึ่งส่งผลให้ผู้ผลิตเอทานอลได้รับผลกระทบจากยอดจำหน่ายที่ลดลง ในขณะที่ปริมาณความต้องการใช้เอทานอลในประเทศไทยยังมีไม่มาก และจะทำให้ผู้ผลิตเอทานอลต้องหาทางระบายเอทานอลด้วยการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม เช่น การผลิตพลาสติก หรือหันไปส่งออกมากขึ้น

ทั้งนี้ เป็นห่วงผู้ผลิตเอทานอลรายเล็กที่ไม่มีเครือข่ายธุรกิจอย่างอื่นมารองรับกับกำลังการผลิตเอทานอล ซึ่งกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเลิกกิจการไปในที่สุด

“การที่ผู้ค้าน้ำมันหันมาเล่นตลาดเอทานอลเองก็จะทำให้กลไกการค้าในตลาดเอทานอลบิดเบือนได้ ทำให้การซื้อขายเอทานอลไม่เสรีเหมือนเดิม เพราะผู้ค้าน้ำมันเป็นทั้งผู้ผลิต ผู้ขาย และยังเป็นผู้กำหนดราคาเอง ซึ่งหากเป็นแบบนี้ก็จะทำให้อำนาจในการต่อรองราคาของผู้ผลิตเอทานอลกับบริษัทน้ำมันหมดไป” นายสิริวุทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ราคาซื้อขายเอทานอลในเดือนก.ย.นี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 23 บาทต่อลิตร เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตเอทานอลเพิ่มสูงขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาขาดแคลนเอทานอลได้ในช่วงต้นปี 54 เพราะราคามันสำปะหลังล็อตใหม่ที่จะออกมาคาดว่าจะมีปริมาณไม่เกิน 20 ล้านตัน และยังมีราคาแพง โดยราคามันเส้นอยู่ที่ 5.70 6 บาทต่อกิโลกรัม ราคามันหัวอยู่ที่ 2.903 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนโมลาส(กากน้ำตาล)ล่าสุดซื้อขายกันอยู่ที่ 5.50 บาทต่อลิตร

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า บางจากมีแผนร่วมลงทุนตั้งโรงงานผลิตเอทานอล เนื่องจากขณะนี้ยอดขายน้ำมันแก๊สโซฮอล์มีการเติบโตมาก

ดังนั้น จึงต้องการเพิ่มความมั่นคงด้านการจัดหาเอทานอลให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต ซึ่งล่าสุดนี้มีผู้ผลิตเอทานอล 6 รายที่ชวนให้บางจากเข้าไปร่วมลงทุนด้วย โดยบางจากอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนออยู่

“ตอนนี้บางจากกำลังพิจารณาข้อเสนอของผู้ผลิตเอทานอลทั้ง 6 รายอยู่ โดยจะพิจารณาในเรื่องของระบบการขนส่งโลจิสติกส์ว่ามีความคุ้มหรือไม่ ศักยภาพในการจัดหาวัตถุดิบ ตลาด เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต ปริมาณน้ำใช้มีเพียงพอหรือไม่และระบบน้ำทิ้งจะต้องไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งต้องดุการบริหารจัดการด้วยว่าเป็นมืออาชีพหรือไม่ โดยคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้”นายอนุสรณ์ กล่าว

ปัจจุบันยอดจำหน่ายกลุ่มเบนซินอยู่ที่เดือนละ 77 ล้านลิตร แยกเป็นยอดจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ในสัดส่วนถึง 80%มาจากยอดจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ทั้งแก๊สโซฮอล์95และ91 ก๊สโซฮอล์อี20 และแก๊สโซฮอล์อี85 ที่มียอดจำหน่ายรวม 57 ล้านลิตรต่อเดือน โดยเฉพาะกลุ่มแก๊สโซฮอล์อี20 ที่ปัจจุบันมียอดขายอยู่ที่ 6.5 ล้านลิตรต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นปีที่มียอดขายเพียง 2.5 ล้านลิตรต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นสูงถึง 100%

“ขณะนี้บางจากมีปั๊มน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 แล้ว 227 แห่ง สิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นไปเป็น 300 แห่ง และวางเป้าหมายไว้ไม่เกินปี2555 จะขยายให้ครบ 500 แห่ง ส่วนแก๊สโซฮอล์อี85 ก็ตั้งเป้าไว้ว่าภายในสิ้นปี2555 จะขยายปั๊มน้ำมันอี85 ให้ได้ 50 แห่งจากปัจจุบันที่มีอยู่ 3 แห่ง เนื่องจากมองว่าอนาคตจะมีรถที่สามารถใช้อี85ได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งกระทรวงพลังงานก็มีนโยบายสนับสนุนให้รถจักรยานยนต์ใช้อี85ได้”นายอนุสรณ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน