
หนังโรง-ร้านเช่าหนุนภาพยนตร์โต
โพสต์ทูเดย์
— “เอ็มพิคเจอร์ส” หวังรายได้โตทะลุ 800 ล้านบาท หลังตลาดภาพยนตร์ขยายตัวต่อเนื่องนายเผด็จ หงษ์ฟ้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มพิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เม้นท์ เปิดเผยว่า บริษัทจะมีรายได้ในปีนี้ 850880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 750 ล้านบาท เนื่องจากตลาดภาพยนตร์ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้จากโรงภาพยนตร์และตลาดโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์โตมาจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ทำให้คนมีการจับจ่ายใช้สอยและหาความบันเทิงให้กับตัวเองมากขึ้น
ประกอบกับมีภาพยนตร์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกิจการของโรงภาพยนตร์อย่างเดียว แต่รวมไปถึงศูนย์เช่าด้วย
“
ตลาดละเมิดลิขสิทธิ์ยังมีอยู่ ไม่ได้หายไป แต่ปีนี้มีหนังดีเข้าฉายจำนวนมาก ทำให้ขายได้เยอะกว่าปีที่แล้ว ขณะที่ศูนย์เช่ากลับมาขยายตัวอีกครั้ง” นายเผด็จ กล่าวสำหรับปีนี้บริษัทขยายตลาดศูนย์เช่าได้ประมาณ 300 ศูนย์ ซึ่งปีนี้ตลาดศูนย์เช่าขยายตัวค่อนข้างดี เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่บ้านมากขึ้น หันมาซื้อและเช่าภาพยนตร์ไปดูที่บ้าน
ขณะเดียวกันผลพวงจากปัญหาไม่สงบในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคไม่อยากออกไปไหนมากขึ้น โดยเลือกที่จะเช่าภาพยนตร์มาดูภายในครอบครัวมากกว่า
บริษัทมีรายได้จากศูนย์เช่า 35% และรายได้จากการจำหน่ายภาพยนตร์ในรูปแบบวีซีดีและดีวีดี 65% โดยปีนี้นำภาพยนตร์เข้ามาทำตลาดรวม 72 เรื่อง เป็นภาพยนตร์ไทย 12 เรื่อง เป็นภาพยนตร์ที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 42 เรื่อง
นายเผด็จ กล่าวว่า นโยบายของบริษัทจะเน้นทำตลาดภาพยนตร์หลากหลายประเภท โดยเฉพาะภาพยนตร์ไทยจะเพิ่มพันธมิตรใหม่ๆ มากขึ้น
ปัจจุบันเอ็มพิคเจอร์สมี 2 บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ ได้แก่ เอ็ม 555 ที่ร่วมมือกับ เป็ด เชิญยิ้ม เน้นสร้างภาพยนตร์ตลก และบริษัท เอ็ม 39 ล่าสุดได้จับมือกับบริษัท มหากาพย์ของ นพพร วาทิน สร้างภาพยนตร์เรื่อง
“ซามูไร อโยธยา” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่อีกเรื่องในปีนี้






