posttoday
ถอดสารคาราจีแนน

ถอดสารคาราจีแนน

07 ธันวาคม 2559

โดย...สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ไมอามี

โดย...สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ไมอามี

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ไมอามี ประเทศสหรัฐ ได้รายงานว่า คณะกรรมาธิการมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ (NOSB) ได้มีการประชุมเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา และได้ลงมติถอดถอนสารคาราจีแนน (Carrageenan) ออกจากบัญชีสารปรุงแต่งที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการผลิตสินค้าอาหารเกษตรอินทรีย์ด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 3

ทั้งนี้ หลังจากการลงมติคณะกรรมาธิการมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์แห่งชาติเสร็จสิ้น ได้มีการส่งเรื่องไปยังกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) เพื่อพิจารณาถอดถอนสารดังกล่าวต่อไป โดยกระทรวงมีระยะเวลาการพิจารณาจนถึงเดือน พ.ย. 2561 เพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานข้อกำหนดสำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ต่อไป

สำหรับสารคาราจีแนนเป็นสารไฟเบอร์ประเภทหนึ่งที่สามารถสกัดได้จากสาหร่ายสีแดง (Red Seaweed) โดยสารดังกล่าวมักจะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าอาหาร เพื่อทำให้อาหารมีความเหนียวข้นมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมผลิตสินค้าประเภทนม (Dairy Products) โปรตีนเชค หรือสินค้าอาหารทดแทนผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น ซึ่งมีการถกเถียงกันถึงเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคสารคาราจีแนนในกลุ่มนักวิชาการมาเป็นระยะเวลานาน โดยมีงานศึกษาวิจัยหลายฉบับพบว่าการบริโภคสารดังกล่าวในปริมาณมากอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภค เช่น อาการอักเสบในช่องท้อง และระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น

ปัจจุบันสหรัฐยังอนุญาตให้ใช้สารคาราจีแนนในการผลิตสินค้าอาหารสำหรับเด็กทารกและอาหารเกษตรอินทรีย์อยู่ โดยเมื่อเดือน มิ.ย. 2557 คณะกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญด้านสารปรุงแต่งอาหาร (JECFA) ซึ่งเป็นองค์กรร่วมระหว่างองค์การอาหารและการเกษตร (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศรับรองความปลอดภัยของการใช้สารคาราจีแนนในการผลิตอาหารสำหรับเด็กทารก และอาหารพิเศษสำหรับผู้ป่วย หลังจากที่ได้ศึกษารายงานการทดลองใช้สารดังกล่าวในลูกหมู ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงกับเด็กทารก โดยไม่พบความเสี่ยงของการใช้สารดังกล่าวในปริมาณไม่เกิน 100 มิลลิกรัม/ลิตร

ด้านศูนย์ความปลอดภัยด้านอาหาร (The Center for Food Safety หรือ CFS) ระบุว่า การพิจารณาถอดถอนสารคาราจีแนนออกจากบัญชีสารอนุญาตสำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์เป็นก้าวย่างสำคัญในการยกมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐ โดยสหรัฐมีการผ่อนผันอนุญาตให้ใช้วัตถุดิบที่ไม่ใช่วัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ เพื่อการผลิตสินค้าอาหารเกษตรอินทรีย์ชั่วคราวเป็นระยะเวลา 5 ปี มีเงื่อนไขว่าวัตถุดิบดังกล่าวจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งมีความจำเป็นต้องใช้ในกระบวนการผลิตสินค้า โดยสารคาราจีแนนเป็นหนึ่งในสารที่ไม่ใช่เกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการพิจารณาผ่อนผันเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยระยะเวลาผ่อนผันจะสิ้นสุดลงในปี 2561

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับสารคาราจีแนนถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าและยังถูกใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยาสีฟันและเจลน้ำหอมปรับอากาศอีกด้วย ซึ่งสหรัฐสามารถผลิตสารคาราจีแนนได้เองภายในประเทศ แต่ก็ยังมีความต้องการนำเข้าสารคาราจีแนน เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารในประเทศ

และเครื่องดื่มที่มีการใช้สารดังกล่าวเป็นวัตถุดิบในการผลิตจากไทย ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าเหล่านี้อาจจะได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคตได้

ส่วนข้อเสนอแนะของ สคต.ไมอามี ระบุว่า ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยที่สนใจเจาะตลาดดังกล่าว ควรศึกษากฎระเบียบและข้อบังคับ รวมถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในการทำตลาด เพื่อใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ในการเจาะตลาดในอนาคต ดังนั้นการพิจารณาถอดถอนสารคาราจีแนนออกจากบัญชีสารปรุงแต่งที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูป

ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยจึงควรเตรียมพร้อมในการวิจัยพัฒนา แสวงหาวัตถุดิบทดแทน โดยเน้นการคงคุณภาพและรสชาติของสินค้า เพื่อรับมือกับกฎระเบียบ เงื่อนไข และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นหากเกิดการยกเลิกการให้ใช้สารดังกล่าวในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในอนาคตอันใกล้นี้

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค