
เลอโนโวรุกดาต้าเซ็นเตอร์ หวังตอบโจทย์ธุรกิจใหญ่
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
หลังจากที่เลอโนโวได้เข้าซื้อกิจการเซิร์ฟเวอร์ของทางไอบีเอ็มอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 ปีก่อน และได้เพิ่มพอร์คโฟลิโอของบริษัทด้าน N2n Business Data Center Solution Provider ทำให้บริษัทมีความแข็งแรงมากในกลุ่มธุรกิจนี้
ร็อดดริก แลพพิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดทั่วโลกกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ เลอโนโว กล่าวว่า การรุกธุรกิจพร้อมกันทั้งในกลุ่มสมาร์ทโฟนและดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้บริษัทมีความแข็งแรง และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งลูกค้าต้องการที่จะสร้างเทคโนโลยีในองค์กรแบบคอนเวอร์เจนซ์ ซึ่งเลอโนโวสามารถทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจอย่างมาก จากผลการสำรวจของสถาบันวิจัยธุรกิจเทคโนโลยี Technology Business Research หรือ TBR พบว่าบริษัทได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าสูงสุด 9 ไตรมาสติดต่อกัน ถือว่าเป็นความท้าทายที่บริษัทต้องทำอย่างต่อเนื่อง
ความท้าทายอีกอย่างของบริษัทคือ ทำอย่างไรให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต้องยอมรับว่าในปีที่ผ่านมา เลอโนโวยังไม่ได้บุกหนักเท่าที่ควร ซึ่งทำให้บริษัทกำลังทบทวนด้านการเพิ่มเม็ดเงินลงทุน เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจที่จะเลือกใช้บริการของบริษัทผ่าน 3 หลักการ ดังนี้ 1.ทุ่มเงินลงทุนให้มากขึ้นเพื่อสื่อสารกับลูกค้าเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและจัดกิจกรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้มากขึ้น 2.บริษัทได้พูดคุยกับนักวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรมไอทีทั่วโลกเกี่ยวกับการให้ข้อมูลที่เป็นกลางผ่านไวท์เปเปอร์ เพื่อให้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี รวมทั้งความสำคัญของดาต้าเซ็นเตอร์ และ 3.เพิ่มทีมงานด้านไอทีและการตลาดอีกกว่า 170 คนเข้ามาเจาะตลาดในไทยมากขึ้น เพื่อรองรับลูกค้าที่มีการเติบโตในทิศทางที่ดี
ก่อนหน้านี้ บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลการตลาดชั้นนำระดับโลกอย่างไอดีซี ได้คาดการณ์ว่าในสิ้นปี2560 พื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์เมื่อเทียบกับปี 2558 จะมีการเติบโตกว่า 180% มาจากการสร้างขีดความสามารถของผู้ให้บริการทั้งภายในและต่างประเทศ จากนโยบายด้านการลงทุนของภาครัฐ ทำให้บริษัทมองเรื่องการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย โดยทำผ่านคู่ค้าของบริษัทที่มีความแข็งแรงในด้านการให้บริการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
การที่ภาคธุรกิจเปลี่ยนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กรมาเป็นคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์มากขึ้น ถือว่าช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจของเลอโนโวได้เปรียบมากขึ้นเช่นกัน เพราะความยืดหยุ่นในการลงทุนเทคโนโลยีช่วยให้ลูกค้าปรับตัวเลือกใช้สินค้าได้หลากหลายและไม่ต้องทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อใช้งานเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง
นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถใช้งานโซลูชั่นของบริษัทใดก็ได้ เพราะระบบการทำงานสามารถต่อเชื่อมได้กับทุกค่าย เพื่อลดความกังวลเรื่องการลงทุนระบบใหม่ทดแทนการลงทุนเดิม ด้วยอุตสาหกรรมของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทยังคงลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) อย่างมาก เพื่อตอบสนองโซลูชั่นทั้งเรื่องของสตอเรจ เซอร์วิสและเน็ตเวิร์ก รวมทั้งบริหารจัดการระบบได้อย่างชาญฉลาดไม่ว่าจะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม
สำหรับการตั้งเป้าเติบโตในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และสตอเรจของประเทศไทยนั้น บริษัทยังตอบได้ไม่ชัด แต่ยอมรับว่าไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการลงทุนด้านไอทีที่ดีเช่นเดียวเทียบกับประเทศ อื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพราะทุกองค์กรธุรกิจทั้งในแง่ขนาดและประเภทของอุตสาหกรรม เริ่มมองหาระบบเทคโนโลยีที่จะเข้ามาตอบโจทย์องค์กรด้านการทำงานได้แบบไร้รอยต่อและสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้
ทั้งนี้ เลอโนโวยังคงเน้นเจาะตลาดในกลุ่มพรีเมียมก่อน เพราะองค์กรเหล่านี้จะมีการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ไปบ้างแล้ว รวมทั้งมีทีมงานไอทีที่เข้าใจเรื่องระบบต่างๆ ดี ทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงองค์กรเหล่านี้ได้ง่ายและมีโอกาสเจาะตลาดได้เร็ว







