posttoday
STECขาขึ้น ฝรั่งเก็บหุ้นเพิ่ม

STECขาขึ้น ฝรั่งเก็บหุ้นเพิ่ม

01 ธันวาคม 2559

STEC พุ่งรับ รฟม. เปิดซองที่ 2 รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ถมแบงก์ออฟนิวยอร์กเก็บหุ้นเพิ่มดันถือเกิน 5% บิ๊กรับสถาบันต่างประเทศขอข้อมูลถี่

STEC พุ่งรับ รฟม. เปิดซองที่ 2 รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ถมแบงก์ออฟนิวยอร์กเก็บหุ้นเพิ่มดันถือเกิน 5% บิ๊กรับสถาบันต่างประเทศขอข้อมูลถี่

ราคาหุ้นของ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ปรับตัวขึ้นติดอันดับ 10 หุ้นที่ราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด โดยปิดตลาดที่ 29 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 5.45%

หุ้น STEC ปรับตัวโดดเด่นหลังจากบริษัทได้ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น และเปิดซองที่ 2 เรื่องข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน หลังได้ยื่นประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง ในนามกิจการร่วมค้า BSR ซึ่งมีบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) STEC และ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) รวมถึงการเข้ามาซื้อหุ้นของ The Bank of New York Mellon-CGT Taxable

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ได้รับรายงานการได้มาของหุ้น STEC จาก The Bank of New York Mellon-CGT Taxable ได้มาเมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2559 จำนวน 1.77 ล้านหุ้น หรือ  0.11% หลังการได้มาทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเป็น 5.02% จากก่อนหน้าถือหุ้นอยู่ 74.93 ล้านหุ้น หรือ 4.91% โดยปัจจุบัน STEC มีสถาบันต่างประเทศถือหุ้น 17.26%

นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ STEC เปิดเผยว่า สถาบันต่างประเทศให้ความสนใจและขอเข้าพบบริษัทเพื่อรับฟังข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และมาพบเกือบทุกสัปดาห์ภายหลังจากโครงการลงทุนของภาครัฐออกมา ซึ่งการยื่นประมูลในขณะนี้กว่าจะมีงานหรือมีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้นก็จะเกิดขึ้นในปีหน้า

ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือในระดับมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท เพียงพอและสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง และจะเข้าร่วมประมูลงานรัฐทุกๆ โครงการที่ออกมา คาดหวังว่าจะได้รับงานประมาณ 20-25%

สำหรับงวด 9 เดือนที่ผ่านมา STEC มีกำไรสุทธิ 706 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 915 ล้านบาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส วิเคราะห์ว่า หุ้นรับเหมาก่อสร้างมีประเด็นบวกจากการที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
ได้พิจารณาเอกสารด้านคุณสมบัติและเทคนิคของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สําโรง แล้ว พบว่าผู้ยื่นข้อเสนอทั้งสองราย ได้แก่ กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ และ บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ผ่านการพิจารณาด้านคุณสมบัติและเทคนิค และคณะกรรมการได้เปิดซองเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 คือข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน เมื่อวันที่ 29 พ.ย. โดยจะเร่งรัดพิจารณา คาดว่าจะได้ข้อสรุปต้นเดือน ธ.ค.นี้ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเดือน มี.ค.-เม.ย. 2560 และคาดว่าจะมีการลงนามสัญญาจ้างได้ภายในเดือน เม.ย. 2560

สําหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง เป็นโครงการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดย รฟม. ลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและเอกชนผู้รับสัมปทานลงทุนด้านโครงสร้างงานโยธา งานระบบและขบวนรถไฟฟ้า (รถไฟฟ้ารางเดี่ยวแบบคร่อมราง) และให้บริการเดินรถและบํารุงรักษา รวมถึงเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสาร (PPP Net Cost) มีระยะเวลาสัมปทาน 33 ปี 3 เดือน มูลค่าโครงการสายสีชมพู 5.35 หมื่นล้านบาท และสีเหลือง 5.19 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน