
จีดีพีเอสเอ็มอีพุ่ง 5%
กระทรวงอุตฯ ปรับบทบาทเร่งช่วยผู้ประกอบการ
กระทรวงอุตฯ ปรับบทบาทเร่งช่วยผู้ประกอบการ
กระทรวงอุตสาหกรรม คาดจีดีพีเอสเอ็มอีปีนี้ 5-5.5% เร่งปรับบทบาทเรสคิวเซ็นเตอร์ช่วยผู้ประกอบการ
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ (ก.ค.-ก.ย. 2559) คาดว่าจีดีพีเอสเอ็มอีขยายตัวประมาณ 5% สูงกว่าจีดีพีของประเทศ คิดเป็นมูลค่าถึง 1.45 ล้านล้านบาท เติบโตอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ที่จีดีพีเอสเอ็มอีขยายตัว 5.1% และ 5% ตามลำดับ และคาดว่าตลอดปีนี้จีดีพีเอสเอ็มอีจะขยายตัวระดับ 5-5.5%
สำหรับมูลค่าส่งออกของเอสเอ็มอีช่วง 9 เดือนแรกของปีเท่ากับ 4.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 6.5% มีสัดส่วนต่อมูลค่าส่งออกรวม 29.5% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2558 ซึ่งมีสัดส่วน 27.5%
ทั้งนี้ ในแง่การตั้งกิจการใหม่ เอสเอ็มอีมีการจดทะเบียนนิติบุคคล ช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค. 2559) จำนวน 4.2 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 2.6% ขณะที่นิติบุคคลที่เลิกกิจการ จำนวน 8,500 ราย ลดลง 16.3% ขณะที่ยอดเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ปัจจุบันอยู่ที่ 2.7 ล้านราย แบ่งเป็นนิติบุคคล 6.1 แสนราย บุคคลธรรมดา 2 ล้านราย และวิสาหกิจชุมชน 7.6 หมื่นราย
นายพสุ กล่าวว่า นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้ปรับบทบาทการทำงานของศูนย์ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (เอสเอ็มอี เรสคิวเซ็นเตอร์) กระทรวงอุตสาหกรรม จากเดิมที่เปิดให้ผู้ประกอบการเข้ามาติดต่อขอรับการช่วยเหลือโดยตรงจากศูนย์ เป็นการออกไปเจาะกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศแทน เพื่อให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
สำหรับรูปแบบการออกไปสำรวจความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ กระทรวงจะจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี เช่น อุตสาหกรรมจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สภาหอการค้าจังหวัด เป็นต้น ซึ่งเอกชนที่เข้าร่วมกับภาครัฐในการเข้าไปสำรวจปัญหาของรายเอสเอ็มอีจะเริ่มจากการประสานข้อมูลกับซัพพลายเชนของตนก่อนเพื่อเข้าไปช่วยแก้ปัญหาเบื้องต้น จากนั้นจะขยายวงออกไปเรื่อยๆ
ทั้งนี้ ช่วง 3-4 เดือน ตั้งแต่เปิดให้บริการมีผู้ประกอบการที่เข้ามาขอความช่วยเหลือจากศูนย์แล้วประมาณ 3,000 กว่าราย โดยกระทรวงใช้งบประมาณจากกองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอี ที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) อนุมัติระยะแรก จำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือ และขณะนี้ สสว.ยังอยู่ระหว่างพิจารณางบประมาณ ระยะที่ 2 จำนวน 2,000 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในปี 2560







