posttoday
Unwind US Dollar

Unwind US Dollar

28 พฤศจิกายน 2559

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

วันที่ 30 พ.ย. 2559 ติดตามการประชุมกลุ่มโอเปก ตลาดยังคงคาดหวังผลการประชุมเชิงบวกว่าจะบรรลุข้อตกลงลดกำลังการผลิต คาดจะเป็นตัวช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเดินหน้าขึ้นทดสอบ 49 และ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลได้ แต่ระวังแรง Sell on Fact ที่จะเกิดขึ้นหลังการประชุมเสร็จสิ้น

การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญๆ ของสหรัฐ วันที่ 29 พ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค 30 พ.ย. รายงานดัชนีวัดเงินเฟ้อ PCE (USD Personal Consumption Expenditure) วันที่ 1 ธ.ค. รายงาน ISM ภาคการผลิตและวันที่ 2 ธ.ค. ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (ตลาดคาดจะเพิ่ม 1.7 แสนตำแหน่ง) และอัตราว่างงาน (ตลาดคาด 4.9%) ซึ่งทั้งหมดจะมีผลต่อตลาดและการพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุม FOMC 13-14 ธ.ค.นี้

การประชุมครั้งนี้มองการขึ้นดอกเบี้ยจะไม่มีผลต่อตลาดมาก เนื่องจากตลาดให้น้ำหนัก 100% ไปแล้วว่าเฟดขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน สิ่งที่ตลาดกำลังรอติดตามเป็นการแถลงของประธานเฟดเกี่ยวกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายว่าจะเป็นลักษณะใด การคาดการณ์ดอกเบี้ยของคณะกรรมการเฟดในรูป Dot Plot, GDP Growth และเงินเฟ้อ ซึ่งจะมีผลต่อ US Dollar รวมถึงสกุลเงินต่างๆ และอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก

มอง US Dollar วันนี้มีโอกาสถูก Take Profit หลังตลาดอิ่มตัวกับเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งน่าจะทำให้เงินบาทแข็งค่าลงระดับหนึ่ง บรรเทาความกังวลว่า Fund Flow จะไหลออก โดยเริ่มเห็นสัญญาณดีจากการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ครั้งแรกในรอบ 11 วันของนักลงทุนต่างประเทศกว่า 2,200 ล้านบาท โดยซื้อในตราสารอายุต่ำกว่า 1 ปี 3,300 ล้านบาท (สะท้อนว่ามีนักลงทุนต่างประเทศบางส่วนเริ่มหันกลับมาเก็บเงินบาท) น่าจะทำให้การปรับฐานของ SET Index ไม่น่าลงต่ำกว่า 1,484 จุดมากนัก และมีโอกาสที่แรงขับเคลื่อนจากกระแสเงินลงทุนในประเทศที่ยังดีอยู่จะขับเคลื่อนดันดัชนีขึ้นทดสอบ 1,500 จุดได้อีกครั้ง และในระยะถัดไป US Dollar จะกลับไปแข็งค่าอีกครั้ง ทั้งช่วงก่อนการประชุม FOMC 13-14 ธ.ค. และก่อนการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ 20 ม.ค. 2560 รวมถึงช่วงที่นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ มีความชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้สกุลเงินต่างๆ ต้องอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง และกระทบต่อภาพการลงทุนทั่วโลก

ส่วนในประเทศต้องติดตามการออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลกำลังเร่งออกมาตรการต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกระดับ เริ่มจากผู้มีรายได้น้อย การให้เงินช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้ต่ำจำนวน 5.4 ล้านราย วงเงินกว่า 1.275 หมื่นล้านบาท (ครม.เห็นชอบเมื่อวันที่ 23 พ.ย.) ส่วนประชาชนมีรายได้ปานกลาง-สูง และเป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คาดว่าจะเสนอมาตรการหักลดหย่อนภาษี เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย กิน ช็อป เที่ยว ช่วงปลายปี รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยว ลดค่าธรรมเนียมวีซ่า (ครม.เห็นชอบเมื่อวันที่ 23 พ.ย.) และการเร่งรัดการประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยมีความเป็นไปได้ที่จะรู้ผลการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพู (ตามแผนเดิมจะรู้ผลภายในไตรมาสแรกปีหน้า)

ด้วยมาตรการต่างๆ ทั้งที่ ครม.เห็นชอบแล้ว และที่กำลังเตรียมเสนอ ครม. คาดว่าจะหนุนกลุ่มอุตสาหกรรมที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic) ทั้งค้าปลีก MEGA ROBINS GLOBAL CPN CPALL สาธารณูปโภค PTG อาหาร TKN CBG รับเหมาฯ CK เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน