
'พจน์ หะริณสุต' ซีอีโอ บลจ.วรรณ
โดย...เยาวนา หลิมเลิศรัตน์
โดย...เยาวนา หลิมเลิศรัตน์
"พจน์ หะริณสุต” เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2559 หลัง วิน อุดมรัชตวนิชย์ ลาออกไปอยู่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอส (ประเทศไทย)
ผู้บริหารวัย 42 ปี ไม่ได้หน้าใหม่ในแวดวงธุรกิจจัดการลงทุน เพราะก่อนหน้านี้เคยเป็นรองกรรมการผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคลและสถาบันและกลุ่มธุรกิจตัวแทนจำหน่าย บลจ.ไทยพาณิชย์ มีส่วนร่วมผลักดันให้สินทรัพย์ บลจ.ไทยพาณิชย์ ในส่วนที่ไม่ได้มาจากสาขาธนาคารขยับขึ้นมาอย่างโดดเด่น (ปี 2557) โดยเฉพาะธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในยุค “โชติกา สวนานนท์” เป็นกรรมการผู้อำนวยการ
เขาจบปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาคณิตศาสตร์ ควีนแมรีแอนด์เวสต์ฟิลด์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอนและปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (นักบริหาร) สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการระหว่างประเทศ คิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน
ด้วยประสบการณ์ด้านการเงินและการลงทุน ทำให้อยู่ในแวดวงนี้มาตลอด 18 ปี เริ่มจากงานบริหารเงินที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ดูแลด้านตลาดทุนและการบริหารเงินที่ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จากนั้นขยับมาดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับธนาคารเดอะรอยัลแบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ (สิงคโปร์) แล้วย้ายมาดูด้านสินค้าโภคภัณฑ์ การค้าเงินและตราสารหนี้ ที่เมอร์ริล ลินช์ สิงคโปร์
หลังจากนั้นกลับมาทำงานในประเทศไทยในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มการลงทุนต่างประเทศ แล้วข้ามมา บลจ.ไทยพาณิชย์ โดยรับผิดชอบด้านผลิตภัณฑ์และการขาย
พจน์ เล่าว่า การมาอยู่ บลจ.วรรณ เหมือนกับการเข้าวงการเดิม ซึ่งภายหลังออกจาก บลจ.ไทยพาณิชย์ แล้ว ได้มีโอกาสไปทำงานบริษัท บีซีพีจี (BCPG) ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน (ซีเอฟโอ) กับภารกิจในการนำหุ้นบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระหว่างนั้นถูกชักชวนจาก บลจ.ไทย และ บลจ.สัญชาติต่างประเทศ ซึ่งผู้ใหญ่ที่บีซีพีจีเข้าใจดีว่า คนที่มาจากวงการการเงินท้ายที่สุดจะต้องถูกดึงกลับไปและในที่สุดเขาเลือกมาที่ บลจ.วรรณ หลังจากบีซีพีจีเข้าตลาดหุ้นวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา
“สิ่งที่ บลจ.วรรณ ต้องการเป็นแพลตฟอร์มที่ผมเคยทำสมัยคุณโชติกา เป็นเอ็มดี บลจ.ไทยพาณิชย์ โจทย์ที่ผมได้ตอนนั้นคือสร้างยอดขายที่ไม่ได้มาจากสาขาแบงก์ จะต้องโตด้วยนันแบงก์ สถาบันและเอเยนต์หรือตัวแทนจำหน่ายที่มีทั้งโบรกเกอร์ บริษัทประกัน แต่หลังจากนั้นขยับมาดูสาขาสมัย สมิทธ์ พนมยงค์ มาเป็นเอ็มดี จึงมีโอกาสในการทำงานเพิ่ม” พจน์ กล่าว
ด้านผลงานที่เขาและทีมงานภาคภูมิใจมาก สมัย บลจ.ที่เคยทำงานมีสินทรัพย์แตะ 5 แสนล้านบาท สามารถขายกองทุนผ่านช่องทางอื่นที่ไม่ใช่สาขาธนาคารได้ประมาณ 20% เมื่อสินทรัพย์ขยับขึ้นมาที่ 8 แสนล้านบาท ยอดขายที่ไม่ได้มาจากสาขาธนาคารขยับขึ้นเป็น 40-50% นอกเหนือจากทีมงานร่วมแรงร่วมใจกันแล้ว เขามีหน้าที่หาผลิตภัณฑ์หรือกองทุนรวมตอบโจทย์ให้ลูกค้า จึงอาจเข้าตา บล.เคจีไอ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บลจ.วรรณ
ภารกิจในการผลักดันให้ บลจ.วรรณ เป็น บลจ.ชั้นนำแห่งอาเซียน รักษาการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนรวมรูปแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำ บลจ.อื่น และขยายกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าคนรวย มีเงินลงทุนสูงและบริษัททั่วไป
พจน์ เชื่อว่า ด้วยศักยภาพของ บลจ.วรรณ แม้ขนาดสินทรัพย์ไม่ถึงแสนล้านบาท แต่มีผลงานดีในหลายกองทุนและกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) มีผลตอบแทนสูงติดสิบอันดับแรก รวมทั้งคว้าหลายรางวัลจากมอร์นิ่งสตาร์ จึงไม่ธรรมดา
ทางด้านผู้จัดการกองทุนทำงานด้วยกันมานาน ทำให้มีความต่อเนื่องในการบริหาร งานหลังบ้านระบบก็พร้อม จากนี้ไปเขามีหน้าที่รุกด้านการตลาดและออกกองทุนรวมที่มีนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเชื่อว่าจะนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างแข็งแกร่งและสิ้นปีนี้สินทรัพย์น่าจะแตะแสนล้านบาทตามเป้าหมาย
สิ่งที่เขาอยากเห็นใน บลจ.วรรณ คือ การมีฐานลูกค้าที่มั่นคงขึ้น ที่ผ่านมาผู้บริหารคนเก่าทำไว้ดี บริษัทเติบโตมาก ซึ่งเขากดดันเพราะรู้ว่าต้องทำต่อไป
แต่การเติบโตด้วยลูกค้าสถาบันอย่างเดียวอาจไม่ยั่งยืน เพราะเมื่อลูกค้าหายไปจะกระทบสินทรัพย์โดยรวม จึงอยากเติบโตด้วยลูกค้าบุคคลและกลุ่มบริษัท ไม่ได้พึ่งแต่ลูกค้าสถาบัน เพื่อทำให้องค์กรอยู่ได้นาน มิเช่นนั้นจะต้องมานั่งลุ้นทุกครั้งที่ลูกค้าสถาบันครบกำหนดลงทุน...ซึ่งไม่ยั่งยืน







