
'พาณิชย์'โชว์ผลงานนายกฯ
ชงผลงานพาณิชย์รอบ 2 ปี เสนอนายกฯ ตรวจเยี่ยมสัปดาห์หน้า ล้างสต๊อกข้าว-ดูแลค่าครองชีพ
ชงผลงานพาณิชย์รอบ 2 ปี เสนอนายกฯ ตรวจเยี่ยมสัปดาห์หน้า ล้างสต๊อกข้าว-ดูแลค่าครองชีพ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์เตรียม ผลงานที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลา 2 ปี พร้อมกับแผนงานที่จะดำเนินการต่อจากนี้ในอนาคต เพื่อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมากระทรวงพาณิชย์ในเร็วๆ นี้ หรือสัปดาห์หน้า เพื่อติดตามการดำเนินงานของ หน่วยงานราชการและรับฟังปัญหารวมทั้ง นายกฯจะมอบนโยบายและแผนการดำเนินงานให้กับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นในเรื่องแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
สำหรับผลงานของกระทรวงพาณิชย์ในช่วง 2 ปี ที่รัฐบาลปัจจุบันเข้ามาบริหารประเทศ อาทิ การระบายสต๊อกข้าวรัฐบาลจากเดิมที่มีข้าวอยู่ในสต๊อกมากถึง 18 ล้านตัน ปัจจุบันเหลือกข้าวในสต๊อกประมาณ 9 ล้านตัน สามารถระบายออกจากสต๊อกได้ถึง 9 ล้านตัน ซึ่งเป็นการลดภาระการบริหารจัดเก็บสต๊อกข้าวที่ต้องใช้เงินเกือบหมื่นล้านบาท ในการจัดเก็บข้าวแต่ละปี รวมทั้งการดูแลภาวะค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะราคาอาหารจานด่วนด้วยการจัดทำโครงการร้านหนูณิชย์...พาชิม จำหน่ายอาหารจานด่วนไม่เกินจานละ 35 บาท เข้าไปแทรกแซงราคาอาหารจานด่วนในตลาดปกติ ซึ่งปัจจุบันมีสาขาหนูณิชย์...พาชิม มากกว่า 1 หมื่นสาขา และยังจะขยายไปตามพื้นที่ต่างๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยัง ช่วยดูแลราคาสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลูกข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้ได้ราคาขายที่เป็นธรรม โดยมีการจัดตลาดกลางเพื่อเชื่อมโยงผู้ซื้อเข้าถึงแหล่งผลิตทางตรง ให้เกษตรกรมีช่องทางการขายเพิ่มขึ้นไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งการผลักดันร่างกฎหมายที่สำคัญตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการปรับปรุงร่างแก้ไข พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในเร็วๆ นี้
สำหรับแผนงานในอนาคตที่จะเสนอนายกฯ คือการทำงานตามแผนยุทธศาสตร์ กระทรวงพาณิชย์ 20 ปี (2559-2579) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นการใช้นวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีในทุกๆ ด้าน และตั้งเป้าว่าหากไทยเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี จะทำให้ไทยก้าวเป็นผู้นำการค้าของโลก หรืออย่างต่ำต้องเป็นที่ 1 ในภูมิภาค โดยเฉพาะด้านสินค้าเกษตรเชิงนวัตกรรมตั้งเป้าไทยต้องเป็นที่ 1 ของโลก ซึ่งแผนเร่งด่วนที่ต้องทำภายใน 18 เดือน เช่น ยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้ประกอบการแบบครบวงจร ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการค้าให้มีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างบทบาทผู้บริโภค เป็นต้น







