posttoday
ส่งสัญญาณลงทุนฟื้น ลุ้นรัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ส่งสัญญาณลงทุนฟื้น ลุ้นรัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

21 พฤศจิกายน 2559

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้รายงานข้อมูลการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในช่วง 9 เดือนของปี 2559 (ม.ค.-ก.ย.) มีโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจาก 386 โครงการ เพิ่มเป็น 648 โครงการ หรือเพิ่มขึ้น 68% ด้านมูลค่าจากคำขอรับส่งเสริมการลงทุนเพิ่มจาก 71,945 ล้านบาท เป็นมูลค่า 169,838 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 136%

ทั้งนี้ โครงการลงทุนที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนกว่า 66% หรือมีมากถึง 426 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 5.3 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการของนักลงทุนรายใหม่ ขณะที่โครงการของนักลงทุนรายเดิมที่อยู่ในประเทศไทยแล้ว ก็ยื่นขอขยายการลงทุนจำนวน 222 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 116,837 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ประเทศญี่ปุ่นยังครองแชมป์เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงสุด มีกิจการขนาดใหญ่ทั้งที่เป็นโครงการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ปิโตรเคมี ขณะที่อันดับที่ 2 มาจากสิงคโปร์ เป็นกลุ่มธุรกิจบริการ ขนส่งทางอากาศ หรือกระทั่งกิจการทางด้านพลังงานทดแทน และอันดับ 3 มาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน อาทิ กิจการขนส่งทางอากาศ กิจการผลิตยางยานพาหนะ กิจการผลิตเส้นใยแก้ว เป็นต้น

หิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ได้รายงานต่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ถึงภาพรวมของการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนช่วง 9 เดือน ถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เห็นได้จากตัวเลขลงทุนทั้งจากต่างประเทศและการลงทุนจากภาคเอกชนไทย รวมแล้วมีมูลค่าเกือบ 3.7แสนล้านบาท และคาดว่าตลอดปีนี้เงินลงทุนจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือใกล้เคียงกับที่
บีโอไอได้ปรับเพิ่มขึ้นจาก 4.5 แสนล้านบาท เป็น 5.5 แสนล้านบาท เนื่องจากมองว่าช่วงปลายปีนี้นอกจากโครงการลงทุนทั่วไปแล้ว ยังจะมีโครงการขนาดใหญ่ที่ได้มีการหารือกับบีโอไอมาบ้างแล้ว เตรียมตัดสินใจยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนแน่นอนมีมูลค่าอีกไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

การลงทุนที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังมีกับไทย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการจัดโรดโชว์การลงทุนในหลายประเทศ โดยนักลงทุนต่างชาติเริ่มให้ความสำคัญกับนโยบายการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือมุ่งไปสู่ประเทศไทย 4.0 เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์

รวมถึงอุตสาหกรรมอากาศยาน แม้ที่ผ่านมายังมีการลงทุนในกลุ่มนี้ในประเทศไทยค่อนข้างน้อย แต่นักลงทุนต่างชาติมองว่าไทยมีศักยภาพค่อนข้างสูงจากทั้งด้านแรงงานฝีมือ หรือการมีพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตัวเลขการลงทุนที่เกิดขึ้น อาจทำให้หลายฝ่ายคลายความกังวลกับแนวโน้มการลงทุนในไทยที่ยังมีอนาคต โดยนักลงทุนต่างประเทศยังให้ความสำคัญกับประเทศไทย แต่สิ่งสำคัญรัฐบาลควรต้องยอมรับด้วยว่า ภาพรวมการลงทุนหรือตัวเลขเอฟดีไอไม่ใช่ดัชนีชี้วัดถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้แบบชัดเจน เพราะกว่าการลงทุนจะเกิดขึ้นจริงยังต้องผ่านขั้นตอนการดำเนินการ และใช้ระยะเวลาสำหรับการก่อสร้างโรงงาน รวมไปถึงการนำเข้าเครื่องจักร ตลอดจนใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจึงจะเริ่มเดินเครื่องการผลิตเพื่อสร้างรายได้ สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ

 ขณะเดียวกัน การลงทุนเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งหรือเป็นแค่เครื่องยนต์ตัวเดียวของการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจประเทศ ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจทั้งประเทศขณะนี้ ขึ้นอยู่กับศักยภาพของรัฐบาลในการพิจารณาและจับทิศทางให้ถูกต้องว่าควรเลือกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนใดเพิ่มเติม ท่ามกลางตัวแปรจากปัจจัยบวกและปัจจัยลบจากทั้งในประเทศและต่างประเทศควบคู่ไปด้วย ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่จะต้องพิสูจน์ฝีมือ ในช่วงการทำงานที่รอวันนับถอยหลังเหลืออีกไม่ถึงปีก่อนที่จะจัดการเลือกตั้งในช่วงกลางปี 2560 นี้ โดยเฉพาะการประคับประคองอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละ 3% ให้ได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน