
ดัชนีอุตสาหกรรมเดือนก.ค.พุ่ง13.16%
ดัชนีอุตสาหกรรมเดือนก.ค.พุ่ง13.16% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่9 จากกำลังการผลิตในหมวดรถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ และยาง ที่เพิ่มขึ้น
ดัชนีอุตสาหกรรมเดือนก.ค.พุ่ง13.16% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่9 จากกำลังการผลิตในหมวดรถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ และยาง ที่เพิ่มขึ้น
นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เดือนก.ค. 2553 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 13.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการขยายตัวตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกัน หลังจากเผชิญภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลก เมื่อกลางปี 2551 ต่อเนื่องถึงปี 2552 ที่ผ่านมา โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตภาพรวมเฉลี่ย 62.40%
สำหรับอุตสาหกรรมที่ขยายตัว เดือน ก.ค. เมื่อเทียบกับเดีอนเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ การผลิตรถยนต์ การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตเครื่องปรับอากาศ การผลิตผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น
ส่วนดัชนีผลผลิต (มูลค่าเพิ่ม) อยู่ที่ระดับ 190.22 เพิ่มขึ้น 13.16% จากระดับ 168.10 ดัชนีการส่งสินค้า อยู่ที่ระดับ 198.43 เพิ่มขึ้น 14.03% จากระดับ 166.12 ดัชนีแรงงานในภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 121.99 เพิ่มขึ้น 10.65% จากระดับ 110.24 ดัชนีผลิตภาพแรงงานในภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 137.78 เพิ่มขึ้น 9.55% จากระดับ 125.76 ดัชนีสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง อยู่ที่ระดับ 189.51 เพิ่มขึ้น 9.53% จากระดับ 173.02
อย่างไรก็ตาม การผลิตรถยนต์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การผลิต เพิ่มขึ้น 71.8% และการจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้น 73.1% ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจของโลกและของประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยตลาดภายในประเทศได้รับผลดีจากค่ายรถยนต์มีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ออกมาเสนอ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งรายได้ภาคเกษตรสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว ทำให้กำลังซื้อจากภาคเกษตรเป็นแรงสนับสนุนหนึ่งที่ส่งผลต่ออัตราการขยายตัวของการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ
ขณะเดียวกันความคึกคักของรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งหลังจากเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ตลาดส่งออกผู้ประกอบการมีการปรับแผนการผลิต เพื่อรองรับตลาดส่งออกที่เพิ่มมากขึ้น โดยทั้งปีคาดว่าจะมีการผลิตรถยนต์ประมาณ 1.6 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 60.10% จำหน่ายในประเทศประมาณ 7 แสนคัน เพิ่มขึ้น 27.53% และส่งออกประมาณ 9 แสนคัน เพิ่มขึ้น 68.05%
การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยการผลิตเพิ่มขึ้น 28.9% และการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 27.5% เนื่องจากเป็นไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และความต้องการชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการในตลาดเทคโนโลยี หรือตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีอัตราการเติบโตสูง ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญจากคำสั่งซื้อที่มีเข้ามาจำนวนมาก จึงส่งผลต่อการขยายตัวทั้งด้านการผลิตและจำหน่ายดังกล่าว ตลาดส่งออกสำคัญของไทย คือ จีน และสหรัฐอเมริกา
ทางด้านการผลิตเครื่องปรับอากาศ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การผลิตเพิ่มขึ้น 64.2% และการจำหน่ายเพิ่มขึ้น55.6% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวผู้ประกอบการได้ส่งสินค้ารุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นพัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ส่วนการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การผลิตเพิ่มขึ้น 7.1% และการจำหน่ายเพิ่มขึ้น 7.3% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะยางล้อรถยนต์ ซึ่งขยายตัวตามทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีความคึกคักทั้งตลาดภายในประเทศ และการส่งออก







