
‘ยูโอบี’คลอดLTF ลงทุนหุ้นเล็กโตดี
บลจ.ยูโอบีคลอด LTF ช็อปหุ้นไซส์กลาง-เล็ก หวังผลตอบแทนดีในระยะยาว
บลจ.ยูโอบีคลอด LTF ช็อปหุ้นไซส์กลาง-เล็ก หวังผลตอบแทนดีในระยะยาว
น.ส.รัชดา ตั้งหะรัฐ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บลจ.ยูโอบี ได้ออกกองทุนเปิดยูไนเต็ด ไทย สมอล์ แอนด์ มิด แคป หุ้นระยะยาว (UTSME-LTF) เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 18-30 พ.ย. 2559 ลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
ทั้งนี้ บลจ.ยูโอบี ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในหุ้นไทยในระยะยาว โดยเฉพาะหุ้นนาดกลางและเล็กที่มีศักยภาพ ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ โดยปลายปีที่ผ่านได้ออกกองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไทย สมอล์ แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ ฟันด์ (UTSME) สร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 37.59% เทียบกับเกณฑ์มาตรฐานดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ 7.13%
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาดัชนี FTSE SET Small Cap และ FTSE SET Mid Cap สะท้อนหุ้นที่มีขนาดกลางและเล็กของตลาดหุ้นไทย สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยผลตอบแทนสูงถึง 159.38% และ 159.83% ตามลำดับ
"กรณีการขยายระยะเวลาการถือครองกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) จาก 5 ปี เป็น 7 ปีจะลดความผันผวนจากการลงทุนได้ อีกทั้งมองว่าปัจจุบันหุ้นไทยมีระดับราคาที่เหมาะสมในการลงทุน" น.ส.รัชดา กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ในระยะสั้นหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวนจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐรวมทั้งมาตรการต่างๆ ของธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่น แต่ในระยะยาวเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มฟื้นตัวและการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อตลาดหุ้นไทย รวมทั้งคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% และน่าจะเริ่มปรับขึ้นช่วงครึ่งหลังของปี 2560







