
ข้อสังเกตการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐ
โดย...ดร.เกษรา
โดย...ดร.เกษรา
ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หน้าสื่อต่างๆ ทั้งสื่อหลักและสื่อสังคมออนไลน์ต่างก็จับตาการแข่งขันในเวทีชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปีนี้เป็นอย่างมาก ด้วยความมีชื่อเสียงและลีลาที่ดุเด็ดเผ็ดร้อน ทั้ง ฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครหญิงจากพรรคเดโมแครต และ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ท้าชิงจากฝั่งรีพับลิกัน
เมื่อผลการเลือกตั้งวันที่ 8 พ.ย. 2559 ออกมา หลายคนก็ถึงกับช็อกค่ะ เมื่อปรากฏว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นฝ่ายชนะไปแบบชนิดหักปากกาเซียนกันไปเลย ที่หลายคนเกิดอาการช็อกนั้น ก็ด้วยเนื่องด้วยที่ผ่านมาผลการสำรวจจากโพลต่างๆ นั้นฝั่งของฮิลลารีนำมาตลอด แม้ในช่วงที่กรณีการสอบสวนอีเมลอื้อฉาวโดยเอฟบีไอจะรวบกวนเธออยู่เรื่อยๆ และที่สำคัญหลายคนมองว่าทรัมป์นั้นขาดประสบการณ์ทางการเมือง ขณะที่ฮิลลารีดูมีภาษีมากกว่าในฐานะคนที่มีประสบการณ์ และมีภาพลักษณ์เป็นที่ยอมรับในเวทีระหว่างประเทศมานาน
คำถามที่สำคัญก็คือว่า เหตุใดฮิลลารีถึงกลับมาแพ้ในช่วงโค้งสุดท้ายเอาง่ายๆ ทั้งๆ ที่มีคะแนนนำมาอย่างต่อเนื่องในแทบจะทุกการสำรวจ แน่นอนว่าประเด็นที่เอฟบีไอสอบสวนกรณีอีเมลอื้อฉาวของเธอนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาทำให้สถานการณ์แปรเปลี่ยนไปในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนคนตัดสินใจหย่อนบัตรกัน แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญและสร้างแรงกระเพื่อมมากก็คือ อิทธิพลของ Social Media หรือสื่อสังคมออนไลน์ในยุคปัจจุบัน
ในช่วง 10-20 ปีที่แล้วที่สื่อกระแสหลักไม่กี่แห่งยังมีอิทธิพลต่อเนื้อหาและกระแสต่างๆ ในสังคมนั้น การที่จะควบคุมการขยายวงของกระแส หรือข่าวสารบางอย่างไปยังสาธารณชนนั้นทำได้ง่าย เพียงแค่บล็อกช่องทางการแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารในสื่อช่องทางหลักไม่กี่แห่ง ทั้งทีวีหรือหนังสือพิมพ์รายใหญ่ไม่กี่เจ้าก็สามารถที่จะควบคุมไม่ให้เนื้อหาไม่พึงประสงค์บางอย่างกระจายเป็นวงกว้าง ในทางตรงกันข้ามการเผยแพร่เนื้อหาผ่านสื่อหลักได้ก็จะช่วยให้กำหนดการรับรู้ข้อมูลของสาธารณะได้เช่นกัน
แต่ในปัจจุบันนั้นบริบทต่างๆ เปลี่ยนไปมาก เนื่องจากผู้คนในยุคนี้นั้นเสพข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ จากสื่อกระแสหลักอย่างทีวีหรือหนังสือพิมพ์น้อยลง ขณะที่จะรับข้อมูลข่าวสารผ่านหน้าจอมือถือ หรือทางอินเทอร์เน็ตกันเป็นหลักและเพิ่มขึ้น ทำให้บทบาทของสื่อกระแสหลักถดถอยลงจากแต่ก่อนมาก ทุกคนกลายเป็นผู้ผลิตเนื้อหาและข้อมูลข่าวสารได้เองภายใต้การเชื่อมโยงและเข้าถึงกันอย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook Twitter หรือ Line ดังนั้นเมื่อเกิดเรื่องฮิตๆ หรือกระแสอะไรในสื่อสังคมออนไลน์แล้วก็จะมีการแพร่กระจายและขยายตัวของเรื่องราวเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วและยากต่อการควบคุม
กรณีที่ฮิลลารีแพ้นั้น สาเหตุหนึ่งก็คือเรื่องการสอบสวนจากเอฟบีไอที่กลายเป็นกระแสแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในสื่อสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ จนยากแก่การควบคุม ส่งผลให้เกิดกระแสลบตีกลับไปที่ฮิลลารีอย่างแรงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันลงคะแนน ซึ่งเท่ากับว่ากระแสข่าวที่แพร่สะพัดในเวลาแค่ 1 สัปดาห์ได้ลบล้างผลงานต่างๆ ที่เธอสั่งสมมานานในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาไปหมด ส่งผลให้เธอพ่ายแพ้ต่อทรัมป์ในสนามเลือกตั้งปีนี้
บทเรียนจากกรณีนี้ แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ในโลกปัจจุบันที่เข้าถึงมวลชนได้มากกว่าสื่อหลักในสมัยก่อน หลายเรื่องที่เป็นกระแสขึ้นมาเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เลย ความแน่นอนที่สุดในยุคนี้ก็คือความไม่แน่นอน ฉะนั้นแล้วการบริหารจัดการกระแสมวลชนในโลกออนไลน์จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ว่าจะนักการเมืองหรือภาคธุรกิจต้องใส่ใจมากขึ้น ในฐานะที่เป็นตัวแปรสำคัญในด้านการสื่อสารภาพลักษณ์และการกำหนดพลวัตที่รวดเร็วในเรื่องต่างๆ
สื่อสังคมออนไลน์จึงเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ทุกภาคส่วนต้องคำนึงถึงในโลกยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดไม่ถึงค่ะ







