posttoday
ต่างชาติปรับพอร์ต

ต่างชาติปรับพอร์ต

15 พฤศจิกายน 2559

ต่างชาติปรับพอร์ตหลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะ หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย-เงินไหลออกเอเชีย กดหุ้นดิ่ง 25.30 จุด เปิดโผ 3 โบรกฯ นอกขายแล้ว 8,400 ล้าน

ต่างชาติปรับพอร์ตหลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะ หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย-เงินไหลออกเอเชีย กดหุ้นดิ่ง 25.30 จุด เปิดโผ 3 โบรกฯ นอกขายแล้ว 8,400 ล้าน

ภายหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ และกำลังจะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ส่งผลให้ตลาดทุนทั่วโลกปั่นป่วน รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ลดลงต่อเนื่อง โดยนักลงทุนกังวลเรื่องเงินทุนจะไหลกลับไปสหรัฐ

ตลาดหุ้นไทย ปิดตลาดที่ 1,469.23 จุด ลดลง 25.30 จุด มูลค่าซื้อขาย 58,165.61 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิอีก 2,552.94 ล้านบาท นับจากวันที่ 1-14 พ.ย. ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยแล้ว 1.76 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ นักลงทุนกังวลว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. และดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นแตะที่ 99.33 จุด สูงสุดรอบ 5 เดือน พันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ดีดขึ้นสู่ระดับ 2.17% เพิ่มขึ้น 0.26% เป็นสัญญาณว่าเงินกำลังไหลออกจากเอเชียและตลาดหุ้นเกิดใหม่

“โพสต์ทูเดย์” ได้สำรวจพอร์ตการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ต่างประเทศนับตั้งแต่ผลการเลือกตั้งออกมาจากวันที่ 9-11 พ.ย. 2559 พบว่า โบรกเกอร์ต่างชาติ 3 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) (CLSA) บล.เครดิต สวิส (ประเทศไทย) (CS) และ บล.ยูบีเอส (ประเทศไทย) (UBS) ขายต่อเนื่องทั้ง 3 แห่ง ขายสุทธิ 8,493.33 ล้านบาท โดย UBS ขายหนักสุด 4,077.78 ล้านบาท CS ขาย 3,343.58 ล้านบาท และ CLSA ขายสุทธิ 1,071 ล้านบาท

นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต กล่าวว่า หุ้นไทยและหุ้นภูมิภาคปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากนักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ตการลงทุนหลังผลการเลือกตั้งสหรัฐออกมา โดยเป็นการปรับพอร์ตลงทุนของต่างชาติที่กดดันดัชนีต่อเนื่อง หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือ 1,480 จุด จะมีแนวรับถัดไปที่ 1,455 จุด และถ้ายืนไม่ได้อีกก็จะลงไปได้ที่ 1,412 จุด

ดังนั้น จึงแนะนำให้เลือกซื้อหุ้นที่คาดว่าจะดีดตัวได้ดีกว่าตลาด เพราะหุ้นลงรอบนี้มาจากการปรับพอร์ต มากกว่าพื้นฐานที่เปลี่ยนไป ทำให้กลุ่มหุ้นที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ออกมาดี และมีแนวโน้ม กำไรปีนี้และปีหน้าเติบโตต่อเนื่อง อย่าง บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ช.การช่าง (CK) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) เป็นต้น

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 3 ปี 2559 ที่ทยอยออกมาจะเห็นว่าหุ้นขนาดกลางและเล็กหลายบริษัทกำไรเติบโตได้แข็งแกร่งจากฐานกําไรต่ำ และสามารถเจาะช่องการทำตลาดได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียและประเทศลุ่มน้ำโขง (CLMV) ส่วนแนวโน้มกําไรปี 2560 ประมาณการว่าบริษัทในกลุ่มขนาดกลางและเล็กจะยังคงมีการขยายตัวของกําไรที่ดีกว่าหุ้นใน SET50 ซึ่งหุ้นใน  SET50 ที่วิเคราะห์กำไรปีหน้าจะโตแค่ 7% ขณะที่หุ้นที่อยู่นอก SET50 คาดว่า
กําไรจะเติบโตเฉลี่ย 18%

น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) กล่าวว่า ไตรมาส 3 บริษัทมีกำไรสุทธิ 42.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180.70% พลิกจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุน 52.74 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้งรายได้จากค่าเช่าและค่าบริการ รายได้จากการขายที่ดิน และส่วนแบ่งกำไร ที่เติบโตเพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงส่งผลให้กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 496.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194.43% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHA กล่าวว่า ไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่มีการเติบโตที่ดีที่สุดของบริษัท จากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายทรัพย์สิน เข้ากอง HREIT และรับรู้รายได้จากการขายทรัพย์สินเข้ากอง WHART ของ WHA แม้ว่าการรับรู้รายได้จากการขายที่ดินในปีนี้คาดว่าจะลดลงจากปีที่แล้ว เนื่องจากปีที่แล้วมีการโอนที่ดินไปแล้วกว่า 1,300 ไร่

บล.ทิสโก้เพิ่มกำไร BEAUTY ขึ้น 25-35% คาดว่าปีนี้จะมีกำไรสุทธิ 751 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% จากปีก่อน และ 1,006 ล้านบาทในปีหน้า เพิ่มขึ้น 34% จากปีนี้ หลังไตรมาส 3 กำไร 210 ล้านบาท ดีขึ้น 106% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน