
มั่นใจลงทุน เหมืองถ่าน เติบโตดี
กฟผ.อินเตอร์ฯ มั่นใจลงทุนเหมืองถ่านหินอินโดฯ หวังจัดหาเชื้อเพลิงและสร้างรายได้รองรับการลงทุนในอนาคต
กฟผ.อินเตอร์ฯ มั่นใจลงทุนเหมืองถ่านหินอินโดฯ หวังจัดหาเชื้อเพลิงและสร้างรายได้รองรับการลงทุนในอนาคต
นายวัชรา เหมรัชตานันต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยถึงการเข้าไปซื้อหุ้นบริษัท อะโรโด อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย ว่า การลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท และลดการพึ่งพาเงินลงทุนของ กฟผ.ในอนาคต เนื่องจากแหล่งเงินทุนจะมาจาก กฟผ.และจากการทำธุรกิจ ในปัจจุบันการลงทุนของ กฟผ. อินเตอร์ฯ ยังต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมดจาก กฟผ. มั่นใจว่า การลงทุนในบริษัท อะโรโด อินโดนีเซีย จะทำให้บริษัทมีสินทรัพย์ สามารถรับรู้รายได้และระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจได้ด้วยตัวเองในอนาคต
ทั้งนี้ การเข้าไปลงทุนในเหมืองถ่านหินขณะนี้ยังเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากถ่านหินมีราคาต่ำลง และอนาคตในภูมิภาคอาเซียนหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีการเติบโตของการใช้ถ่านหิน ขณะนี้หลายประเทศทั่วโลกมีแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น อาทิ อินโดนีเซีย 3.5 หมื่นเมกะวัตต์ เวียดนาม 5.5 หมื่นเมกะวัตต์ จะทำให้บริษัทสามารถสร้างผลกำไรจากการขายถ่านหินให้กับโรงไฟฟ้าต่างๆ ได้ รวมทั้งการขายไฟให้กับ กฟผ. ซึ่งเป็นบริษัทแม่
นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มเติมใน สปป.ลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย รวมกำลังการผลิตประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ และลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เช่น โครงการเขื่อน
น้ำเงี้ยบ 1 ตั้งอยู่ที่แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้า ขนาดกำลังการผลิต 289 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสาละวินตอนบน (มายตง) ตั้งอยู่เมืองมายตง รัฐฉาน สหภาพเมียนมา ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตประมาณ 3,000 เมกะวัตต์







