posttoday
เร่งยกเครื่องที่ดินรฟท. ฟื้นฟูพ้นวิกฤต

เร่งยกเครื่องที่ดินรฟท. ฟื้นฟูพ้นวิกฤต

11 พฤศจิกายน 2559

การฟื้นฟูกิจการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ถือเป็น 1 ใน 7 ของการฟื้นฟูกิจการของรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาการดำเนินงานขั้นรุนแรง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การฟื้นฟูกิจการของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ถือเป็น 1 ใน 7 ของการฟื้นฟูกิจการของรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาการดำเนินงานขั้นรุนแรง

แต่ทว่าการฟื้นฟู รฟท.เป็นเวลา 2 ปีของรัฐบาลชุดนี้ถือว่ายังเป็นไปด้วยความล่าช้า ยังไม่เป็นไปตามแผนทั้งการเร่งการลงทุน การลดค่าใช้จ่าย ที่สำคัญคือการบริหารสินทรัพย์ของ รฟท. คือที่ดินจำนวนมากที่เป็นขุนทรัพย์ที่มีค่ามหาศาลของ รฟท. แต่บริหารให้ผลตอบแทนกลับองค์กรได้ต่ำค่อนข้างมาก

ดังนั้น การฟื้นฟูกิจการของ รฟท. นอกจากเร่งการลงทุนโครงการรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า และรถไฟความเร็วสูงแล้ว อีกภารกิจที่สำคัญคือการพัฒนาที่ดินของ รฟท.ให้เกิดมูลค่ากับองค์กรให้มากที่สุด

ชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า คลังจะต้องสรุปแผนการพัฒนาที่ดินของ รฟท.ทั้งระบบให้ได้ภายในเดือนนี้ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบให้ได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้

ชาญวิทย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะทำงานกำกับติดตามการพัฒนาที่ดินไม่ได้ใช้เพื่อการเดินรถของ รฟท. ที่มีอำนวย ปรีมนวงศ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้รายงานความคืบหน้าข้อมูลให้ซูเปอร์บอร์ดรับทราบ แต่ยังต้องหารายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเสนอแผนการพัฒนาที่ดิน รฟท. ให้
ซูเปอร์บอร์ดพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ จากการสำรวจของคณะทำงาน พบว่า รฟท.มีที่ดินทั้งหมด 1.6 แสนไร่ ใช้เพื่อการเดินรถ 1.2 แสนไร่ มีประมาณ 3.6 หมื่นไร่ ที่ไม่ได้ใช้เพื่อการเดินรถ โดยมีการให้เช่าในเชิงพาณิชย์และทิ้งไว้ไม่ทำประโยชน์ โดยมีค่าเช่าที่ดินปีละ 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าต่ำมากเกินไปทำให้ รฟท.เสียประโยชน์

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีข้อบกพร่องของการบริการที่ดินของ รฟท.อีกจำนวนมาก เช่น ไม่มีฐานข้อมูลของที่ดินที่สามารถค้นหาได้จากระบบไอที การทำสัญญาต่างๆ ต้องค้นจากกองเอกสารจำนวนมาก ไม่สามารถค้นหาได้จากระบบไอที การเก็บค่าเช่าที่ไม่เป็นระบบ การเช่าที่ดินในต่างจังหวัดให้นายสถานีเป็นผู้เก็บ ขณะเดียวกันยังมีปัญหาบุกรุกที่ดินซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก เพราะถูกบุกรุกเป็นเวลานาน ทำให้เกิดมีข้อจำกัดที่จะนำที่ดินไปพัฒนาต่อ

ชาญวิทย์ กล่าวว่า ตอนนี้คณะทำงานได้สั่งการให้ รฟท.กลับไปตรวจสอบว่าที่ดิน 3.6 หมื่นไร่ ได้มาด้วยวิธีการใดและจะติดปัญหาในการนำพัฒนาเชิงพาณิชย์หรือไม่ รวมถึงที่ดินแต่ละแปลงขณะนี้มีปัญหาเรื่องการไปพัฒนาต่ออย่างไรบ้าง จากที่ผ่านมา รฟท.ได้แบ่งที่ดินเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1.ที่ดินที่มีศักยภาพต่ำ ให้เช่าเพื่ออยู่อาศัย ทำการเกษตร มีสัญญาทั้งหมด 9,000 สัญญา เนื้อที่ 2.1 หมื่นไร่ รฟท.มีรายได้จากค่าเช่าปีละ 63 ล้านบาท

กลุ่มที่ 2 ที่ดินที่มีศักยภาพปานกลาง เช่น ที่ดินเช่าตลาดนัดจตุจักร เป็นต้น มีอยู่ 5,500 สัญญา เนื้อที่ 7,200 ไร่ รฟท.มีรายได้ปีละ 2,000 ล้านบาท

กลุ่มที่ 3 ที่ดินมีศักยภาพสูง แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.ที่ดิน 5 แปลงใหญ่ ได้แก่ ที่ดินบริเวณตึกแดงติดกับบริษัท เอสซีจี ที่ดินสถานีรถไฟบางซื่อที่ดินสถานีแม่น้ำ ที่ดิน กม. 11 และที่ดินสถานีมักกะสัน เนื้อที่ 1,500 ไร่

เบื้องต้นได้ให้ รฟท.ไปหาข้อมูลราคาประเมินและราคาที่ดินแต่ละแปลง เพื่อนำมาวางแผนการพัฒนาที่ดินให้มีรายได้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น เช่น ที่ดินในกลุ่มที่มีศักยภาพต่ำอาจจะมีค่าเช่าที่ต่ำกว่าเป็นจริง ก็ต้องปรับให้สูงขึ้น

สำหรับแผนการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพจะเสนอให้รัฐบาลร่วมทุนกับเอกชน ซึ่งได้สั่งการให้ รฟท. ไปทบทวนการจัดกลุ่มของที่ดินอีกครั้ง เช่น ที่ดินบริเวณจตุจักรที่ให้เอกชนเช่าอยู่ควรเป็นที่ดินที่มีศักยภาพสูง ไม่ใช่ศักยภาพปานกลาง

สำหรับที่ดินสถานีมักกะสันนั้น ที่ผ่านมากระทรวงการคลังเจรจากับ รฟท. เพื่อโอนที่ดินดังกล่าวแลกกับการใช้หนี้ให้ 7 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าที่ดินดังกล่าวติดปัญหาไปให้เอกชนพัฒนาต่อหรือไม่ ซึ่งกระทรวงการคลังยังเชื่อว่าที่ดินดังกล่าวเมื่อโอนมาให้กระทรวงการคลังแล้ว จะสามารถนำไปให้เอกชนพัฒนาต่อได้ เป็นผลดีกับทุกฝ่าย ในส่วนของ รฟท.ก็จะสามารถปลดหนี้สะสมได้เกือบหมด ขณะที่การนำที่ไปให้เอกชนพัฒนาเชิงพาณิชย์ก็ทำให้เกิดการลงทุนภาคเอกชน ข่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นและระยะยาว

ชาญวิทย์ กล่าวว่า การพัฒนาที่ดินของ รฟท.เป็นมาตรการสำคัญในการพลิกฟื้นฐานะของ รฟท. ที่ตอนนี้มีหนี้สะสมกว่า 1 แสนล้านบาท ต้องเป็นภาระงบประมาณของประเทศไปจ่ายชำระให้ทุกปี โดยแผนการพัฒนาที่ดินของ รฟท. จะมีทั้งโรดแมปและแผนปฏิบัติการ รวมถึงกำหนดตัวชี้วัดในการพัฒนาที่ดินของ รฟท.ทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิดผ่านซูเปอร์บอร์ด

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย