posttoday
ไอโอที ฮับ ออฟอาเซียน

ไอโอที ฮับ ออฟอาเซียน

10 พฤศจิกายน 2559

โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง

โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง

อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือไอโอที เทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในยุคนี้ ช่วยในการเชื่อมโยงสิ่งของให้สามารถสื่อสารกันได้ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ช่วยในการจัดการระบบและการใช้ข้อมูล(บิ๊กดาต้า) มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จากความสำคัญของ “ไอโอที” กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยไอแทป (ITAP) จึงได้จัดงานอาร์เอฟไอดี ดูโอ ฮีโร่ 2016 (RFID Duo Hero 2016) ขึ้นมาเพื่อตอกย้ำความสำคัญของยุคดิจิทัล

ชานนท์ ตุลาบดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กราวิเทคไทย(ไทยแลนด์) ได้ฉายภาพให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทย ในการก้าวเข้าสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ของอาเซียน (Internet of Thing Hub of ASEAN) ว่าแนวทางการเป็นศูนย์กลางด้านไอโอทีในอาเซียน คือ การเป็นประตู (เกตเวย์) ในการเชื่อมโยงระบบออนไลน์ต่างๆ ในอาเซียน โดยยึด 4 แนวทาง

สำหรับแนวทางในการพัฒนาดังกล่าว ได้แก่ 1.พัฒนาสมาร์ทโฟนเชื่อมโยงกับอุปกรณ์รอบตัว ครอบคลุมกิจกรรมทั้งในบ้านและนอกบ้าน 2.พัฒนาสมาร์ทฟาร์ม นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเกษตร เช่น นำเทคโนโลยีโดรนมาใช้ในการวิเคราะห์พื้นที่ แปลงปลูก อีกทั้งเก็บข้อมูลระยะเวลาการเก็บเกี่ยว ส่งผลให้การควบคุมการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3.พัฒนาสมาร์ท รีเทลสโตร์ เป็นการบริหารจัดการข้อมูลร้านค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมกับการบริหารจัดการคลังสินค้า 4.พัฒนาสมาร์ท แฟกตอรี่ โรงงานที่เชื่อมโยงเครื่องจักรระหว่างกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ ทั้งเพิ่มผลิตผลการลดต้นทุนในการผลิตต่างๆ

ทั้งนี้ประเทศไทยได้มีการจัดตั้งไทยแลนด์ ไอโอที คอนโซเตียม (Thailand IOT Consortium) โดยเป็นศูนย์รวมกลุ่มผู้พัฒนางานด้านอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) มีจุดประสงค์หลักเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาส่งเสริมงานด้านไอโอทีตามนโยบายสตาร์ทอัพ และไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ซึ่งกล่าวว่าโอกาสการเติบโตของไอโอทีในประเทศไทยยังสดใส

จากข้อมูลปี 2558 พบว่ามีจำนวนครัวเรือนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (สมาร์ทโฮม) 10.7 ล้านครัวเรือน และมีมูลค่าการส่งออกสินค้าการเกษตรจากสมาร์ทฟาร์ม 1.2 ล้านล้านบาท นอกเหนือจากนี้มีจำนวนโรงงานสมาร์ท แฟกตอรี่ทั่วประเทศไทย 139,821 แห่ง

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้เข้าร่วมเซาท์อีสต์เอเชีย เมกเกอร์สเปซ เน็ตเวิร์ก (South East Asia Makerspace Network) ซึ่งจัดพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ที่เป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ในภูมิภาคทั้ง 10 ประเทศมาพบปะ ซึ่งนอกเหนือจาก 10 ประเทศในอาเซียนแล้ว ยังได้รวมประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่นเข้ามาด้วย  เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตตอบสนองภาคธุรกิจที่ต้องการ

ขณะเดียวกันพื้นที่ในอาเซียนได้มีการก่อตั้งสมาพันธ์เมกเกอร์สเปซแห่งเอเชียอาคเนย์ใน 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีสิงคโปร์เป็นประธาน ซึ่งได้จัดประชุมอย่างต่อเนื่องทั้งลงนามเอ็มโอยูความร่วมมือด้านไอโอทีทั้ง 10 ประเทศ

อย่างไรก็ดี ในปี 2560 ชานนท์ ได้รับเกียรติเป็นประธานสมาพันธ์เมกเกอร์สเปซแห่งเอเชียอาคเนย์ จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยในบทบาทการเป็นผู้นำศูนย์กลางด้านไอโอทีในอาเซียน โดยวางแผนจัดพื้นที่เมกเกอร์สเปซด้านไอโอทีในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง อาจจัดเป็นการแข่งขันและต่อยอดทางธุรกิจ นอกเหนือจากนี้วางแผนสร้างความแข็งแกร่งในประเทศ โดยจัดเมกเกอร์ลีกด้านไอโอทีในประเทศไทย ซึ่งจะจัดเป็นประจำทุกเดือน โดยครั้งแรกจะเริ่มต้นในเดือน ม.ค. 2560 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ไอโอทีในประเทศไทยยังต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ ด้วยการลงทุนทางธุรกิจในด้านไอโอทีมีค่าใช้จ่ายสูง จึงอยู่ในช่วงการพัฒนาและนำร่องใช้ธุรกิจบางส่วนผลักดันงานวิจัยออกสู่ตลาดธุรกิจ และอนาคตคาดว่าจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อไอโอทีทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นล้านสิ่งในปี 2563 ซึ่งโอกาสในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มมากขึ้น เพราะมีพื้นที่ติดต่อกับจีนยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ไอโอทีสู่ตลาดโลก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน