
กนง.ห่วงเศรษฐกิจโตต่ำเป้า
กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายหนุนเศรษฐกิจขยายตัวต่อ จ่อทบทวนจีดีพีอีกรอบวันที่ 21 ธ.ค.นี้
กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายหนุนเศรษฐกิจขยายตัวต่อ จ่อทบทวนจีดีพีอีกรอบวันที่ 21 ธ.ค.นี้
นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยผลการประชุม กนง.เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ว่า กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.50% โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ต่อเนื่องในอัตราที่ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ก่อนหน้าที่ 3.2% แต่มีความเสี่ยงที่โตต่ำมากขึ้นจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ กนง.ให้น้ำหนักในการติดตามพัฒนาการด้านเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะถึงจะมีปัจจัยบวกแต่ก็มีปัจจัยลบ ส่งผลให้โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำกว่าที่คาดยังมี ทั้งนี้ กนง.มีความกังวลและได้สั่งการเป็นพิเศษให้ ธปท.ติดตามดูพัฒนาการการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ใกล้ชิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบจากการจัดระเบียบการท่องเที่ยวหรือทัวร์ศูนย์เหรียญอาจจะกระทบทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมากกว่าที่คาด ซึ่งปีนี้อาจจะลดลงมากกว่า 2 แสนคน
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่น่าจะเลื่อนการเข้าสู่กรอบล่างของเป้าหมายที่ 1-4% ออกไปอีก จากปีนี้ที่คาดว่าจะเข้าสู่กรอบล่างที่ 1% ได้ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ รวมถึงผลกระทบจากภาคส่งออกที่ปีนี้น่าจะติดลบน้อยลงกว่าที่คาดไว้ ที่ติดลบ 2.5% เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อการปรับประมาณการจีดีพีปีหน้า ซึ่ง กนง.จะประกาศรายละเอียดจีดีพีอีกครั้งในวันที่ 21 ธ.ค.นี้
สำหรับอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่ 1.5% อยู่ในระดับผ่อนปรนต่อเนื่อง กนง.พร้อมที่จะใช้เครื่องมือเชิงนโยบายอย่างเหมาะสม เพื่อให้ภาวะการเงินโดยรวมเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
“แนวโน้มปีหน้าเรายังใช้ประมาณการจีดีพีที่ 3.2% ปีนี้ยังไม่ได้ปรับ แต่ต้องยอมรับว่าในระยะข้างหน้าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ความผันผวนจะมาจากต่างประเทศมากกว่าในประเทศ เช่น การลงประชามติรัฐธรรมนูญของประเทศอิตาลี การเลือกตั้งของเยอรมนีและฝรั่งเศสในปีหน้า รวมถึงความเปราะบางของภาคการเงินในยุโรปและจีน” นายจาตุรงค์ กล่าว
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยของไทยจะคงที่ระดับ 1.50% ไปจนถึงปลายปีหน้า ยังไม่น่าจะขยับขึ้นตามดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ แม้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวแต่ก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป การลงทุนภาคเอกชนยังอ่อนแอ และการส่งออกมีแนวโน้มหดตัว ยังต้องอาศัยดอกเบี้ยผ่อนคลายและค่าเงินอ่อนค่า มาสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ







