
ขายตรงเร่งบุกออนไลน์ ปรับเคาะประตูเป็นขายทุกที่
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
การก้าวเข้าสู่ประเทศไทยยุค 4.0 ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคถูกเชื่อมโยงกับอินเตอร์เน็ตทั้งในบ้านและนอกบ้าน ผลดังกล่าวทำให้ปีหน้าทิศทางการทำธุรกิจขายตรงต้องบุกขยายช่องทางออนไลน์มากกว่าจะเป็นแค่การขายเคาะประตูหน้าบ้านเหมือนอย่างเคย
นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงกิฟฟารีน เปิดเผยว่า ปีนี้พฤติกรรมของคนไทยปรับเปลี่ยนการซื้อสินค้า การดูหนัง ฟังเพลง มาสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน มองว่าธุรกิจขายตรงต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง ปีหน้าผู้ประกอบการต้องเพิ่มความเข้มข้นการทำตลาดผ่านทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม
“กิฟฟารีนเริ่มอบรมพัฒนานักธุรกิจ สำหรับการทำธุรกิจผ่านทางออนไลน์ เพื่อส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการขาย จากนี้ไปออนไลน์ไม่ใช้เพียงแค่การสร้างการรับรู้สินค้า แต่ต้องสร้างยอดขายให้กับนักธุรกิจ คาดว่าช่องทางออนไลน์จะเกิดการแข่งขันรุนแรง เพราะทุกธุรกิจให้ความสำคัญไม่เพียงแต่เฉพาะผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงเท่านั้น ขณะที่คีย์ซัคเซสของการทำธุรกิจออนไลน์ ท่ามกลางที่ใครๆ ก็เปิดขายสินค้าเหมือนกันหมด คือสินค้าต้องมีความแตกต่างจากคู่แข่ง รวมทั้งการบริการ ระบบโลจิสติกส์ และกิจกรรมส่งเสริมการขาย” นลินี กล่าว
สำหรับภาพรวมธุรกิจขายตรงไตรมาส 4 ไม่ค่อยมีความคึกคัก จากปกติจะเป็นช่วงไฮซีซั่นหรือฤดูกาลจำหน่ายสินค้า เนื่องจากประชาชนไม่มีอารมณ์ซื้อสินค้า เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ตลาดเติบโตมากกว่า อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูในช่วง 2 เดือนสุดท้าย หรือระหว่างเดือน พ.ย.-ธ.ค. สถานการณ์ตลาดฟื้นตัวหรือไม่ แต่ประเมินว่าภาพรวมธุรกิจขายตรงมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท การเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายจากทั้งปีตั้งเป้าเติบโต 7-10%
ขณะที่ขายตรงจากต่างประเทศ พิชณุต์ม์ เจนอารีวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซินเนอร์จี้ เวิลด์ไวด์ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรง เปิดเผยว่า บริษัทแม่ในอเมริกาประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจขายตรงซินเนอร์จี้ทั่วโลกที่มีกว่า 30 ประเทศ ลงทุนสร้างช่องทางการขายผ่านทางออนไลน์ เพื่อให้สอดรับกับการค้าในยุคดิจิทัล การค้าการขายไร้พรมแดนและสามารถทำได้ 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด
ทั้งนี้ ในไทยบริษัทสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ โดยออกแบบให้นักธุรกิจมีเว็บไซต์เป็นชื่อของตัวเอง แต่มีระบบเชื่อมโยงกับบริษัท ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้เอง การวางระบบดังกล่าวช่วยให้นักธุรกิจมีความยั่งยืนมากกว่าให้นักธุรกิจไปเปิดเฟซบุ๊กหรือออนไลน์จำหน่ายสินค้าเอง คาดว่าจะเปิดดำเนินการในปีหน้า
“สมัยนี้ธุรกิจขายตรงต้องให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์มากขึ้น และต้องทำควบคู่ออฟไลน์ ข้อดีของออนไลน์ช่วยทำให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเจเนอเรชั่นวาย ซึ่งหันมาซื้อสินค้าทางออนไลน์ ซินเนอร์จี้จึงเชื่อว่าเป็นช่องทางอนาคต เราจำเป็นต้องปรับนำสินค้าเข้าหาผู้บริโภคมากกว่าจะเป็นแค่หน้าบ้าน แต่เป็นการบุกยันภายในบ้าน ทุกที่ ทุกเวลา” พิชณุต์ม์ กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทระยะ 3 ปี (2559-2562) วางเป้าหมายติดอันดับ 1 ใน 10 ของธุรกิจขายตรงชั้นนำของไทย ด้วยการสร้างรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท เนื่องจากมองว่าการติดท็อปเทนทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างและขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ได้มากกว่า จากการที่พบว่าบริษัทขายตรง 10 อันดับแรกมีส่วนแบ่งรวมกันถึง 70% ส่วนเป้าหมาย 3 ปี สัดส่วนรายได้จากออนไลน์ 15-20% ส่วนออฟไลน์ 80-85%
การเคาะประตูหน้าบ้าน พร้อมกับนำสินค้าขายตรงเข้าไปขายในบ้าน ประสิทธิภาพการขายอาจจะน้อยลง ผู้บริโภคยุคนี้มีความรู้ มักหาข้อมูลสินค้าทางอินเทอร์เน็ต และสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์แทนออฟไลน์ เชื่อว่าปีหน้าค่ายใหญ่ธุรกิจขายตรง คงมองโอกาสสร้างการเติบโตทางช่องทางออนไลน์ และต้องพัฒนารูปแบบใหม่ออกมาแข่งขันผ่านช่องทางดังกล่าวมากขึ้น







