posttoday
กดเงินสดเอทีเอ็มวูบ 22%

กดเงินสดเอทีเอ็มวูบ 22%

08 พฤศจิกายน 2559

คาดบริโภคชะลอตัว-เปลี่ยนชิปการ์ด เดือนส.ค.ลด 3.2 หมื่นล้าน

คาดบริโภคชะลอตัว-เปลี่ยนชิปการ์ด เดือนส.ค.ลด 3.2 หมื่นล้าน

ธปท.เผยมูลค่าการใช้บัตรเอทีเอ็มเดือน ส.ค. ลดลงถึง 3.2 หมื่นล้าน หลังการบริโภคภาคเอกชนชะลอ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานมูลค่าการใช้บัตรพลาสติก (เอทีเอ็ม เดบิต และเครดิต) เพื่อการชำระเงินทั่วประเทศ ณ สิ้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีมูลค่ารวม 1.184 ล้านล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน แต่ในรายละเอียดกลับพบว่า 1) บัตรเอทีเอ็ม มีการถอนเงินสดและใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ มีมูลค่ารวม 1.12 แสนล้านบาท เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่ 1.14 แสนล้านบาท ลดลงถึง 3.2 หมื่นล้านบาท หรือ 22.2%

สำหรับสาเหตุการลดลงส่วนหนึ่งมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับผู้บริโภคหันไปใช้ช่องทางใหม่ๆ ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่โอนเงินและจ่ายชำระที่สะดวกขึ้น เช่น โมบายแบงก์กิ้ง อี-วอลเล็ต ฯลฯ รวมถึงปริมาณบัตรเอทีเอ็มที่ลดลง จากนโยบายของ ธปท.ที่ให้ทุกธนาคารออกบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตจากระบบแถบแม่เหล็กเป็นแบบชิปการ์ดให้แก่ลูกค้าผู้ถือบัตรตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2559-31 ธ.ค. 2562 จึงส่งผลให้มูลค่าการใช้บัตรเอทีเอ็มลดลงเช่นเดียวกัน

ขณะที่ 2) การถอนเงิน ชำระค่าสินค้า และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นของบัตรเดบิตมีมูลค่ารวม 9.25 แสนล้านบาท เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 8.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 2.6 หมื่นล้านบาท หรือ 2.9% และ 3) การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมีมูลค่ารวม 1.47 แสนล้านบาท เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 1.41 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,000 ล้านบาท หรือ 4.3% ทำให้มูลค่าใช้จ่ายในสองส่วนนี้ที่เพิ่มขึ้น ชดเชยการลดลงของมูลค่าการใช้บัตรเอทีเอ็มได้พอดี

อย่างไรก็ดี หากเทียบมูลค่าการใช้บัตรพลาสติกทั้งระบบกับเดือนก่อนหน้า ลดลงถึง 5,000 ล้านบาท หรือ 0.4% หรือจาก 1.189 ล้านล้านบาท เหลือ 1.184 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเอทีเอ็มลดลง 7,000 ล้านบาท บัตรเดบิตมีมูลค่าการใช้จ่ายไม่เปลี่ยนแปลง และบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาท สะท้อนภาวการโอนจ่ายของประชาชนผู้บริโภคที่แผ่วลงบ้างเมื่อเทียบเดือนก่อน

ทั้งนี้ น่าสังเกตว่าในส่วนของเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-มันนี่ เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีมูลค่าการเติมเงินชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า โดยการเติมเงินผ่านธนาคารพาณิชย์มีมูลค่าลดลง 23.62 ล้านบาท หรือ 5.10% ขณะที่การเติมเงินอี-มันนี่ ของผู้ให้บริการนันแบงก์เพิ่มเพียง 25.17 ล้านบาท หรือ 0.38% ทำให้ต้องติดตามว่าในเดือน ส.ค.นี้ การใช้จ่ายผ่านอี-มันนี่จะชะลอตัวหรือไม่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน