
แนวโน้ม
โดย...ชายพัต
โดย...ชายพัต
ผลของโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกที่ได้เริ่มทยอยสิ้นสุดระยะเวลาการถือครอง 5 ปี นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ต่างปูพรมอัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดหวังเรียกกำลังซื้อผู้บริโภคให้ควักเงินออกจากกระเป๋าเพื่อเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่
เป็นต้นว่า การจัดทำโปรโมชั่นเมื่อนำรถยนต์คันเก่ามาแลกรถยนต์คันใหม่จะได้ราคารับซื้อที่สูงกว่าตลาด ซึ่งถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อผู้บริโภคให้กลับมาซื้อรถยนต์แบรนด์เดิม เช่นเดียวกันก็เป็นโอกาสที่บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างชิงกำลังซื้อในกลุ่มนี้เพื่อให้เปลี่ยนแบรนด์มาเป็นลูกค้าของแบรนด์ตนเองให้ได้มากที่สุด
เนื่องจากสถานการณ์ตลาดและกำลังซื้อในปีนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ทรงตัวจากปัจจัยผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยบวกที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดของตลาดรถยนต์ในช่วงปลายปี เห็นทีจะเป็นเรื่องของการสิ้นสุดการถือครองรถยนต์ในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก
จากแนวโน้มดังกล่าวมีการคาดการณ์ด้านพฤติกรรมกำลังซื้อ ซึ่งผู้บริโภคกลุ่มรถยนต์คันแรกที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือเป็นผู้ที่เริ่มทำงานใหม่ในช่วงเวลาเริ่มต้นของโครงการดังกล่าว จนกระทั่งปัจจุบันนี้กลุ่มผู้บริโภคดังกล่าวคาดว่าอาจจะมีการเติบโตในหน้าที่การงาน โดยเชื่อว่าส่วนหนึ่งจะมีการขยับขยายจากรถที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มดังกล่าวคือ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บี-เซ็กเมนต์) และ รถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์)
นอกจากนั้น ด้วยสภาพตลาดที่มีประเภทรถยนต์แยกย่อยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากเพื่อให้เข้าถึงและตรงกับกลุ่มผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด จึงถือเป็นทางเลือกของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่มาแรงอย่างรถยนต์อเนกประสงค์ ที่ปัจจุบันมีหลากรุ่นหลายประเภทที่เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคทุกขนาดไม่ว่าจะเป็น ขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ รวมถึงราคาและ
ออปชั่นที่ให้ผู้บริโภคได้เลือกสรร
ขณะที่ ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่เหล่าผู้บริโภคจะต้องใช้เงินในกระเป๋าให้เกิดความคุ้มค่ากับสถานการณ์สูงสุดนั้น มีความเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคจะขยายระยะเวลาการใช้รถยนต์ออกไปก่อน จากปกติใช้งานรถยนต์เฉลี่ย 4-5 ปี
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ปัจจัยบวกจะเริ่มต้นในปีนี้ที่ทยอยสิ้นสุดการถือครอง หากแต่ “ของจริง” ที่ทัพใหญ่ปริมาณการสิ้นสุดการถือครองจะเกิดขึ้นในปีหน้า ดังนั้นคงจะต้องจับตาสถานการณ์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ว่าตลาดหลังการซัดของคลื่นลูกใหญ่ผ่านไปจะเป็นอย่างไร







