
เคาะสำรองน้ำมันเสร็จปี'60
“อารีพงศ์” สั่งเร่งศึกษาสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ให้เสร็จกลางปี 2560 หวังป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำมันในอนาคต
“อารีพงศ์” สั่งเร่งศึกษาสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ให้เสร็จกลางปี 2560 หวังป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำมันในอนาคต
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้กรมฯ ศึกษานโยบายสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ของประเทศในส่วนของภาครัฐให้แล้วเสร็จภายในกลางปี 2560 เพื่อใช้เป็นมาตรการรองรับหากเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันในอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยสำรองน้ำมันในส่วนของภาครัฐมาก่อน หากดำเนินการให้เป็นรูปธรรมได้จะสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
ทั้งนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อมาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ซึ่งต้องศึกษาให้รอบคอบและรัดกุม โดยปัจจุบันภาครัฐใช้วิธีสำรองน้ำมัน และกำหนดให้ภาคเอกชนเป็นผู้สำรองน้ำมัน แบ่งเป็นการสำรองน้ำมันดิบในส่วนของโรงกลั่น 6% หรือสำรองไว้ใช้ได้ 21.5 วัน และการสำรองน้ำมันสำเร็จรูปในส่วนของผู้ค้าน้ำมัน 1% ของปริมาณการจำหน่าย หรือสำรองไว้ใช้ได้ 3.5 วัน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตัวแทนโรงกลั่นน้ำมันได้ทำหนังสือร้องเรียนมายังกรมฯ เพื่อขอปรับสัดส่วนการสำรองน้ำมันของภาคเอกชนใหม่ โดยต้องการให้การสำรองน้ำมันของโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันมีสัดส่วนที่เท่ากัน เพื่อช่วยลดภาระการสำรองน้ำมันดิบของโรงกลั่นลงจาก 6% เหลือ 3.5% ในขณะที่เพิ่มการสำรองน้ำมันสำเร็จรูปของผู้ค้าน้ำมันจาก 1% เป็น 3.5% ของปริมาณการจำหน่าย เพื่อช่วยลดต้นทุนของโรงกลั่นจากการสำรองน้ำมันลง และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายการสำรองน้ำมันภาครัฐจะต้องศึกษาปริมาณสำรองที่เหมาะสม ถ้าไทยมีความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำมันมากก็สำรองมาก รวมทั้งต้องดูว่าจะให้ใครสำรอง ซึ่งอาจให้รัฐเป็นผู้ลงทุนการสำรองน้ำมันทั้งหมด หรือให้เอกชนมาร่วมสำรองด้วยก็ได้ พร้อมกันนี้ต้องศึกษาว่าควรตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาดูแลการสำรองน้ำมันประเทศหรือไม่ และต้องแก้กฎหมายใดบ้าง เป็นต้น และในอนาคตหากภาครัฐมีการสำรองน้ำมันของประเทศเองแล้ว โรงกลั่นน้ำมันอาจไม่จำเป็นต้องสำรองน้ำมันก็ได้
นอกจากนี้ ในการศึกษาจะพิจารณา รวมถึงการปรับสัดส่วนการสำรองน้ำมันในส่วนของภาคเอกชนไปด้วยพร้อมๆ กัน หลังมีการเรียกร้องให้ปรับอัตราใหม่ แต่ในเบื้องต้นภาคเอกชนยังคงต้องใช้สัดส่วนการสำรองน้ำมันตามที่รัฐกำหนดไปก่อน และหากมีปัญหาเรื่องถังกักเก็บหรือน้ำมันดิบหาซื้อได้ยาก ภาครัฐสามารถประกาศปรับลดสัดส่วนการสำรองจาก6% หรือ 5% ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์น้ำมันโลกด้วย







