
เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้วจริงหรือ???
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
โดย...ดร.ธนิต โสรัตน์
โค้งสุดท้ายของปี 2559 ดูเหมือนจะมีสัญญาณทางบวกหลายปัจจัย ส่อว่าเศรษฐกิจไทยอาจเริ่มฟื้นตัวหลังจากทรงกับทรุดต่อเนื่องอยู่หลายปี โดยเฉพาะส่งออกเดือนกันยายนขยายตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี ตัวเลขขายจักรยานยนต์ในประเทศขยายตัวถึง 13% ตัวเลขนักท่องเที่ยวขยายตัวได้เกินเป้าและรัฐบาลอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานรัฐต่างปรับตัวเลขเศรษฐกิจว่าปีนี้จะโตแบบสวนกระแส ซึ่งต้องขออนุโมทนาสาธุให้เป็นไปตามนั้น
อย่างไรก็ตามการที่จะฟันธงว่าเศรษฐกิจของเราจะฟื้นป่วยแบบชั่วคราวหรือจะแข็งแรงมากกว่าเดิม คงต้องปัจจัยหลายๆด้าน เริ่มจากภาคส่งออกปีนี้อาจติดลบเล็กน้อยหลังจากถดถอยต่อเนื่องมา 3 ปี ถึงแม้ว่าปีนี้ทั้งปีส่งออกดูเหมือนตัวเลขจะดีขึ้นแต่มูลค่าการส่งออกก็ยังต่ำสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งภาคส่งออกจะฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงต้องอาศัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีเพียงสหรัฐอเมริกาที่มีทิศทางน่าจะดีขึ้น เพราะฉะนั้นใครที่ฟันธงว่าเอ็กซ์ปอร์ตปีหน้าจะกลับมาเป็นพระเอกคงต้องใจเย็นๆหน่อย
ปัจจัยที่สะท้อนเศรษฐกิจไทยยังเปราะบางคือการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน คาดว่าปีนี้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบอาจโตต่ำสุดในรอบ 6 ปี อีกทั้งสัญญาณตัวเลขหนี้สูญหรือ NPL ในช่วง 9 เดือนแรกพุ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก จากเดิมส่วนใหญ่อยู่ในสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต แต่ขณะนี้แนวโน้มหนี้เสียไปผุดอยู่ในภาคธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ซึ่งจะทำให้การปล่อยสินเชื่อจากนี้ไปยังอยู่ในสภาวะตึงตัว
ในด้านการบริโภคภายในซึ่งมีสัดส่วนสูงเป็นอันดับสองรองจากส่งออก ซึ่งหน่วยงานของรัฐแจงว่าการบริโภคเอกชนขยายตัวได้ดี ขณะเดียวกันแนวโน้มไตรมาสสุดท้ายเศรษฐกิจอยู่ในช่วงซึมเศร้าทำให้ประชาชนไม่มีกะจิตกะใจใช้จ่าย อย่างไรก็ตามปัจจัยชี้วัดการบริโภคสะท้อนจากดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนกันยายนขยายตัวเพียง 0.38% แต่ถือว่าเป็นการขยายตัวดีที่สุดในรอบ 21 เดือน เพราะก่อนหน้านั้นตัวเลขเตาะแตะอยู่ใกล้ศูนย์หรือติดลบ โดยภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว
ต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจไทยอยู่ที่หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในอัตราสูง และปัจจัยจากกำลังซื้อภายในยังอ่อนแอจากการที่รายได้สุทธิของแรงงานในระบบลดลง เห็นได้จากตัวเลขผู้ขอรับเงินประกันสังคมจากการว่างงานปีนี้อาจสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 1 เท่าตัว ขณะเดียวกันราคาสินค้าเกษตรตกต่ำโดยเฉพาะข้าวตกต่ำเหลือตันละ 5 พันกว่าบาท ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิต่ำสุดในรอบ 10 ปี แต่กระทรวงพาณิชย์ยังแจงว่าส่งออกขยายตัวได้ดี
ในโค้งสุดท้ายที่จะเข้าสู่ปี 2560 ทุกฝ่ายคงอยากเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเพราะเราจมปลักเศรษฐกิจซึมนิ่งต่อเนื่องมาหลายปี แต่อย่างที่ผมเคยบอกมาหลายครั้งลำพังแค่ความเชื่อมั่นซึ่งสำรวจจากความรู้สึกและหรือการแก้เศรษฐกิจด้วยการให้ยาหอมหรือความหวัง คงช่วยให้สบายใจได้ชั่วครั้งชั่วคราวแต่ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องปากท้อง...จริงไหมครับ
(สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.tanitsorat.com หรือ www.facebook.com/tanit.sorat)







