
เอกชนคาดโครงการมาบตาพุดถูกระงับกลับมาเดินต่อได้ใน6เดือน
เอกชนคาดโครงการในมาบตาพุดที่ถูกระงับกิจการชั่วคราวจะกลับมาเดินหน้าต่อได้ใน5-6เดือน แม้จะมีประกาศกิจการรุนแรง
เอกชนคาดโครงการในมาบตาพุดที่ถูกระงับกิจการชั่วคราวจะกลับมาเดินหน้าต่อได้ใน5-6เดือน แม้จะมีประกาศกิจการรุนแรง
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนหวังโครงการลงทุนที่ถูกระงับกิจการชั่วคราวในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง จะสามารถกลับมาดำเนินการได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5-6 เดือน แม้จะมีการประกาศประเภทกิจการรุนแรงจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯออกมาแล้วก็ตาม เนื่องจากเป็นเพียงข้อมูลเพิ่มเติมที่จะนำเสนอต่อศาลปกครองฯเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งจะทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ที่ผ่านมาภาคเอกชนมีหนังสือยืนยันไปถึงนายกรัฐมนตรี จะเร่งจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสุขภาพ (เฮชไอเอ) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายได้กำหนดไว้ แม้บางโครงการไม่เข้าข่ายประเภทกิจการรุนแรงก็จะดำเนินการเช่นกัน
ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม กล่าวในฐานะประธานศูนย์ประสานงานด้านการลงทุน(โอเอสโอเอส) ว่า ได้เชิญผู้ประกอบการทั้ง 76 โครงการที่อยู่ในนิคมฯมาบตาพุดมาหารือเพื่อหาแนวทางการดำเนินการภายหลังมีมติที่ชัดเจนของร่างประกาศประเภทกิจการรุนแรงฯ โดยจะมีการพิจารณาว่ามีโครงการใดบ้างที่เข้าข่ายกิจการรุนแรงบ้าง แต่ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการพร้อมที่จะทำ อีไอเอและเอชไอเอ ไว้ล่วงหน้า
อย่างไรก็ตามในวันที่ 26 ส.ค. นี้ศาลปกครองกลางได้นัดพิจารณาคดีสืบพยานคดีโครงการมาบตาพุดเป็นครั้งแรก โดยมอบหมายให้อัยการสูงสุดเป็นตัวแทนหน่วยงานที่ถูกฟ้องไปยื่นข้อมูลต่อศาลปกครองฯเพิ่มเติม ซึ่งจะงมติของบอร์ดสิ่งแวดล้อมร่างประกาศประเภทกิจการรุนแรงที่ออกมาเบื้องต้นแนบเอกสารเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคดี
นายบวร วงศ์สินอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสปฏิบัติการ บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น กล่าวว่า หลังจากที่มีความชัดเจนเรื่องประเภทกิจการรุนแรงออกมาทำให้วันนี้ภาคเอกชนรู้สึกสบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องรอลุ้นการพิจารณาของศาลปกครองกลางก่อนว่าจะออกมาแนวทางไหน
แหล่งข่าวจาก ปตท.กล่าวว่า ปตท.และบริษัทในเครือมีโครงการที่ติดอยู่ในมาบตาพุดทั้งหมด 25 โครงการ โดยในจำนวนนี้เป็นโครงการของ ปตท.เอง 3 โครงการคือ โครงการโรงแยกก๊าซฯ6 โครงการโรงบำบัดน้ำเสีย และโครงการควบคุมไอระเหยน้ำมัน ซึ่งทั้ง 3 โครงการนี้น่าจะไม่เข้าข่ายกิจการรุนแรง โดยต้องรอคำสั่งศาลปกครองกลางพิจาณณาให้ชัดเจนก่อน หลังจากนั้นจึงจะสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ เว้นแต่จะมีการยื่นอุทธรณ์จากผู้ฟ้องร้องกลุ่มเดิมและศาลฯมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอีกครั้ง







