
สศช.คุมโปรเจกต์อีอีซี
บิ๊กตู่ให้ดูภาพรวมแทนกระทรวงอุตฯ แบบอีสเทิร์นซีบอร์ด
บิ๊กตู่ให้ดูภาพรวมแทนกระทรวงอุตฯ แบบอีสเทิร์นซีบอร์ด
“สภาพัฒน์” เตรียมแผนเพิ่มคนรองรับงานดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้ดูแลเรื่องของการตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกขึ้น พร้อมกับดูแลกำกับงานในภาพรวมของสำนักงาน
นายปรเมธี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ สศช.ดูแลในภาพรวมของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งจะรวมถึงดูแลสำนักงานที่ตั้งขึ้นใหม่ด้วย เหมือนกับที่ สศช.เคยดูแลงานส่วนของอีสเทิร์นซีบอร์ด ซึ่งในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2561 ได้มีการเพิ่มเติมแผนงานพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเข้าไปเป็น 1 แผนงานบูรณาการนั้น สศช.ก็เป็นผู้ดูแลในส่วนนี้ด้วย
ทั้งนี้ หลังได้รับมอบหมายมาแล้วขณะนี้ สศช.อยู่ระหว่างการนำรายละเอียดงานทั้งหมดมาดูว่างานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกจะประกอบไปด้วยกิจกรรมอะไรบ้าง จากนั้นจะได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตั้งสำนักงาน
“ตอนนี้มีความชัดเจนว่าสภาพัฒน์จะเป็นผู้ดูแลอีอีซีในภาพรวม จากเดิมที่เป็นกระทรวงอุตสาหกรรมดูแล เพราะนายกรัฐมนตรีเห็นว่ากระทรวงอุตสาหกรรมต้องไปดีลกับนักลงทุนและเอกชนเยอะจึงจะให้เป็นผู้บริหารโครงการ แต่พอเริ่มไปแล้วพบว่าจะต้องมีการบูรณาการกับแต่ละส่วนต่างๆ เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จำเป็นต้องประสานกับหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีจึงเห็นว่าทำให้เหมือนอีสเทิร์นซีบอร์ดดีกว่า คือ ส่วนงานในพื้นที่นั้นก็ยังต้องเป็นกระทรวงอุตสาหกรรมดูแลเป็นหลัก แต่ในเรื่องของภาพรวมเช่นหน่วยงานใดต้องลงทุนว่าเรื่องใครจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดำเนินการอย่างไรนั้น ให้สภาพัฒน์เป็นคนดูในภาพรวม” นายปรเมธี กล่าว
นายปรเมธี กล่าวว่า หลังจากได้รับมอบให้ดูในภาพรวมนั้น สศช.อาจจะต้องรับดูแลส่วนการเป็นเลขาธิการของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกด้วย ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะปัจจุบัน สศช.มีระบบสำนักงานที่ต้องรับมอบมาดูอยู่แล้ว เช่นปัจจุบันที่ดูแลคือสำนักงานเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สำนักงานโลจิสติกส์ ที่ทำทั้งหน้าที่เลขาคณะกรรมการและดูแลสำนักงาน ซึ่งทั้งหมดใช้คนของ สศช.ที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม อีอีซีเป็นโครงการขนาดใหญ่ อาจต้องขอเพิ่มกำลังคนเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งจะทราบชัดเจนว่าต้องเพิ่มจำนวนคนเท่าใดหลังจากที่พิจารณาขอบเขตงานของสำนักงานและแผนงานที่ชัดเจนก่อน
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีคณะกรรมการ 24 คน โดยมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย อนุมัติแผนงานทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมทั้งกำหนดมาตรการที่จำเป็นในการดูแลพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก พร้อมกับให้มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก ที่เป็นหน่วยงานของรัฐแต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ทำหน้าที่เสนอแนะ ศึกษาวิจัยและเตรียมการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ และให้มีเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นผู้กำกับดูแล







