
แนวทางที่พ่อสร้าง (2)
โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์
โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์
หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้กล่าวถึงเพียงการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงแนวทางการดำเนินชีวิต การพัฒนาชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมด้วย หลักเศรษฐกิจพอเพียงเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งประกอบด้วย 3 ลักษณะ ดังนี้
ความพอประมาณ หมายถึง ความเหมาะสมของการดำเนินงานทั้งในแง่ของขนาดที่ไม่เล็กเกินไป หรือไม่ใหญ่จนเกินตัว แต่เป็นไปตามอัตภาพและสภาพแวดล้อม ไม่เร็วจนเกินไป หรือไม่ช้าจนเกินไป แต่เป็นการทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อให้การดำเนินงานก้าวหน้า โดยไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน จะเห็นได้ว่าความพอประมาณนี้ คือการไม่ทำให้ตนเองหรือผู้อื่นเดือดร้อน ดังนั้นหากมีมากก็สามารถใช้มาก แต่ก็มีคนรอบตัวหลายๆ คนที่ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม แต่ยังต้องเสียดอกผ่อนบัตรเครดิต หรือทานมาม่าแทนข้าว เป็นการทำให้ตนเองเดือดร้อน แต่อย่างไรก็ตาม หากกิจการมีกำไรสะสม มีทุนสะสมที่มากพอ พยากรณ์โอกาส รายได้ในอนาคต ที่สามารถครอบคลุมภาระต้นทุนได้ ก็สามารถลงทุนขยายกิจการเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากโอกาสที่เข้ามา
ความมีเหตุผล หมายถึง การพิจารณาที่จะดำเนินงานใดๆ ด้วยควาถี่ถ้วน รอบคอบ ไม่ย่อท้อ ไร้อคติ คำนึงถึงเหตุและปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องดีงาม เกิดประสิทธิผล เกิดประโยชน์ และความสุขโดยปราศจากการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ในส่วนธุรกิจนั้นผู้บริหารที่ทำหน้าที่ในการตัดสินใจนั้น ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุและผล โดยพิจารณาจากความเป็นจริง หรือข้อมูลเช่นเดียวกัน
การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี หมายถึง การจัดองค์ประกอบของการดำเนินงานให้พร้อมรองรับต่อผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในได้เป็นอย่างดี ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน
ความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้ คือ ความรู้ลึกในงานที่ทำ และความรู้กว้างในสภาวะแวดล้อม และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำ ความระลึกรู้ หรือสติ คือการยั้งคิดพิจารณาและรู้ทันสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะกระทำการใดๆ และความรู้ชัดหรือปัญญา คือการเห็นและเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้อย่างกระจ่างชัดตามเหตุผลและตามจริง
คุณธรรม ประกอบด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต คือความประพฤติชอบ ความพากเพียรอดทน และความรอบคอบ ระมัดระวัง







