
ตั้งสำนักครีเอทีฟปั้นจีดีพี
กระทรวงอุตฯ จ่อตั้งสำนักครีเอทีฟ หน้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เร่งรื้อโครงสร้าง คาดเสนอ ก.พ.ร.เดือน พ.ย.นี้
กระทรวงอุตฯ จ่อตั้งสำนักครีเอทีฟ หน้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เร่งรื้อโครงสร้าง คาดเสนอ ก.พ.ร.เดือน พ.ย.นี้
นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ขับเคลื่อนแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (ครีเอทีฟ อีโคโนมี) โดยจัดตั้งทีมงานดูแลการจัดตั้งสำนักครีเอทีฟ อีโคโนมี เพื่อกำหนดนโยบายขับเคลื่อนงานด้านครีเอทีฟให้ตอบโจทย์การพัฒนาใน 4 กลุ่มหลัก คือ ศิลปะ ผลิตภัณฑ์ วัฒนธรรม และบริการ ที่จะส่งผลต่ออัตราการขยายตัวของจีดีพี
ทั้งนี้ ทีมงานจะต้องนำผลการศึกษาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่หลายหน่วยงานเคยศึกษาไว้ เช่น กระทรวงวัฒนธรรม และศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) มากลั่นกรองเพื่อกำหนดคำนิยามของ “ครีเอทีฟ อีโคโนมี” ให้ชัดเจน เพราะจะเป็นการชี้ทิศทางและเป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เป็นรูปธรรม
"ภารกิจของทีมงานจะต้องไปศึกษารูปแบบการผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของแต่ละประเทศที่ประสบความสำเร็จ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี แล้วนำมาประยุกต์กับรูปแบบการศึกษาของไทยที่หลายหน่วยงานทำไว้ เพื่อมาวางแนวทางให้เห็นภาพว่า ครีเอทีฟ อีโคโนมี คืออะไร และจะเดินไปในทิศทางไหน รวมถึงมีสัดส่วนเท่าไหร่ต่อจีดีพี โดยมีกรอบเวลาศึกษาแล้วเสร็จกลางเดือน พ.ย.นี้" นายสมชาย กล่าว
ขณะเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นที่มีความถนัด หรือเชี่ยวชาญเกี่ยวกับงานบันเทิง มาร่วมกำหนดนโยบายและแนวทางขับเคลื่อน เพราะที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมไม่มีพื้นฐาน หรือมีความเกี่ยวข้องกับงานบันเทิง โดยเบื้องต้นจะต้องประสานความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นอกจากนี้ กระทรวงได้ตั้งคณะทำงานต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านต่างประเทศของกระทรวง เพื่อให้สามารถกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ และระยะยาวจะตั้งเป็นสำนักต่างประเทศ โดยจะบรรจุลงไปในแผนปรับโครงสร้างใหม่ของกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป
น.ส.นิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ความคืบหน้าการปรับโครงสร้างการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรม สถาบัน และหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งจัดทำรายละเอียดภายในของแต่ละหน่วยงาน ที่ต้องการให้ส่วนงานราชการแต่ละแห่งปรับปรุงการทำงานที่ยึดหลัก 5 ประการ คือ อำนวยความสะดวก เข้าถึงง่าย ช่วยลดต้นทุน คล่องตัว และทันสมัย รองรับกับนโยบายประเทศไทย 4.0 คาดว่ารายละเอียดการปรับโครงสร้างจะชัดเจนพร้อมเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เดือน พ.ย.นี้







