
เศรษฐกิจพอเพียง กับการบริหารความเสี่ยง
วันที่ 13 ต.ค. 2559 ที่ผ่านมา พสกนิกรชาวไทยทุกคนต่างต้องเผชิญกับความเศร้าโศกเสียใจครั้งใหญ่ในชีวิตและในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ หลังจากทุกคนทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ซึ่งเป็นพ่อหลวงของชาวไทยทั้งชาติ พระองค์ทรงครองราชย์มากว่า 70 ปี และเป็นที่เคารพรักยิ่งของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องด้วยพระองค์ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรมตามที่มีพระปฐมบรมราชโองการรับสั่งออกมา และด้วยพระราชกรณียกิจมากมายที่สร้างความอยู่ดีกินดีที่ยั่งยืนให้กับทั่วทั้งผืนแผ่นดินไทย
วันที่ 13 ต.ค. 2559 ที่ผ่านมา พสกนิกรชาวไทยทุกคนต่างต้องเผชิญกับความเศร้าโศกเสียใจครั้งใหญ่ในชีวิตและในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ หลังจากทุกคนทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ซึ่งเป็นพ่อหลวงของชาวไทยทั้งชาติ พระองค์ทรงครองราชย์มากว่า 70 ปี และเป็นที่เคารพรักยิ่งของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องด้วยพระองค์ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรมตามที่มีพระปฐมบรมราชโองการรับสั่งออกมา และด้วยพระราชกรณียกิจมากมายที่สร้างความอยู่ดีกินดีที่ยั่งยืนให้กับทั่วทั้งผืนแผ่นดินไทย
ดังนั้น เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน บทความสัปดาห์นี้จึงขอร่วมเป็นกำลังใจให้คนไทยทั้งชาติได้ร่วมกันสืบสานปณิธานของพระองค์ต่อไปด้วยการร่วมระลึกถึงคำสอนของพ่อหลวงเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” กันค่ะ
หากใครติดตามพระราชกรณียกิจดีๆ จะเห็นว่าพระองค์ทรงนำเอาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ตลอดการครองราชย์อันยาวนาน 70 ปี ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย โดยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นจะเน้นการดำเนินบนทางสายกลางและพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน ซึ่งทางสภาพัฒน์ได้สรุปหลักการสำคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไว้ 3 ประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี
การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการทำธุรกิจนั้น กรอบการทำธุรกิจภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ดิฉันคิดว่าน่าจะมีความเชื่อมโยงกับเรื่องหลักการบริหารความเสี่ยง ซึ่งในกระบวนการบริหารความเสี่ยงโดยทั่วไปนั้นก็ต้องการคาดการณ์ถึงเหตุการณ์บางอย่างที่จะเกิดขึ้นและกระทบการดำเนินงานของธุรกิจ จากนั้นก็กำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงเอาไว้
หากเรานำเรื่องการบริหารความเสี่ยงมาเทียบกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นจะเห็นว่าจะตรงกับเรื่องของ “การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี” โดยการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีนั้นหมายถึง การที่เราจัดองค์ประกอบของการทำงานให้มีความพร้อมกับผลกระทบอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกได้ค่ะ ซึ่งหมายความว่าธุรกิจที่ดีนั้นหากน้อมเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ก็ควรจะมีการดำเนินงานที่รอบคอบและจัดองค์กรและกลยุทธ์ทางธุรกิจให้พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดหรือ “ช็อก” ต่างๆ ได้
ธุรกิจที่มีการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้านทั้งการเงิน การผลิต การตลาด และโครงสร้างองค์กรที่ดี อีกทั้งยังมองไปข้างหน้าถึงโอกาสใหม่ๆ โดยไม่ยึดติดอยู่กับโมเดลหรือสินค้าเดิมๆ ก็จะทำให้ธุรกิจมีภูมิคุ้มกันในตัวเองที่จะอยู่รอดได้ในระยะยาวและมีการเติบโตอย่างยั่งยืน
บทสรุปจากบทความวันนี้จะเห็นว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นมีประโยชน์มากและสามารถนำไปใช้ได้ทุกระดับค่ะ ทั้งในส่วนปัจเจกบุคคลเองหรือการนำไปใช้ในภาคธุรกิจ เช่นเดียวกับคำสอนของพ่อหลวงในเรื่องอื่นๆ นั้น มีประโยชน์กับการใช้ชีวิตของเราในทุกๆ ด้านจริงๆ หากเราศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ในทุกๆ คำสอนที่ท่านมอบให้
ดิฉันเชื่อแน่ค่ะว่าทุกคนจะประสบความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้านของชีวิต และสุดท้ายจะนำพาให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศไทยในระยะยาวอย่างแน่นอนค่ะ







