
สินค้าไลฟ์สไตล์โตพุ่ง
คาดสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ของขวัญและของชำร่วยปีนี้โต 2-2.5% มูลค่ากว่า 1 แสนล้าน ตลาดหลักเป็นบวก
คาดสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ของขวัญและของชำร่วยปีนี้โต 2-2.5% มูลค่ากว่า 1 แสนล้าน ตลาดหลักเป็นบวก
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทยและนายกสมาคมของขวัญของชำร่วยและของตกแต่งบ้าน เปิดเผยว่า ภาพรวมของสินค้าไลฟ์สไตล์ของขวัญของชำร่วยและของแต่งบ้านในปี 2559 คาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 2-2.5% หรือมีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยเหตุผลที่เป็นบวกมาจากการส่งออกไปยังตลาดหลัก โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคอาเซียนที่มีคำสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง และคาดว่าภาพรวมปี 2560 ตลาดจะยังเติบโตต่อเนื่องที่ระดับ 2%
ทั้งนี้ ตลาดส่งออกหลักของกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ของขวัญของชำร่วยและของแต่งบ้าน คือ สหรัฐ มีส่วนแบ่งตลาดที่ 24-25% ญี่ปุ่น 14.5% อาเซียน 13% และยุโรป 13%
ขณะที่ภาพรวมการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ฯ ในช่วง 9 เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย. 2559) ติดลบ 1.9% แต่คาดว่าตัวเลขในช่วงเดือน ก.ย.เป็นต้นไปจะปรับตัวดีขึ้น สาเหตุที่ทำให้ภาพรวมช่วง 9 เดือนติดลบอยู่นั้น เนื่องจากตลาดส่งออกหลักอย่างสหรัฐติดลบ 4% แต่เชื่อว่าในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่เหลือนับจากนี้ ตลาดสหรัฐจะพลิกกลับมาบวกที่ 2.5% ส่วนตลาดญี่ปุ่นคาว่าจะบวก 4% อาเซียน จะมีการเติบโตโต 6-8% และสหภาพยุโรปจะเติบโตที่ 1.2%
สำหรับตลาดในประเทศจะให้น้ำหนักไปที่สินค้าของที่ระลึก ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการสินค้าของที่ระลึกไทย เนื่องจากมีการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญไป จากเดิมที่กลุ่มนี้จะทำแบบครบวงจร รวมไปถึงการผลิตของที่ระลึกด้วย ประกอบกับลูกค้าเริ่มหันมาสั่งสินค้าของที่ระลึกที่ผลิตในประเทศไทยแทนประเทศจีน เพื่อหนีต้นทุนการผลิตและป้องกันการก๊อบปี้สินค้าในจีนที่มีมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับแผนใหม่ว่าจะมีแนวทางพัฒนาสินค้าอย่างไร รวมถึงการพัฒนาสินค้าของที่ระลึกท้องถิ่นให้สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์และของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 ผู้ประกอบการจะต้องปรับแผนธุรกิจกันใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภายในประเทศ และเพิ่มน้ำหนักส่งออกมากขึ้น โดยต่อไปคงไม่เน้นผลิตเพื่อขาย จะเน้นผู้นำออกแบบสร้างสรรค์ แต่อาจโยกให้ประเทศเพื่อนบ้านผลิตก็มากขึ้น และทางสมาพันธ์มีแผนที่จะดึงกลุ่มสินค้าที่ตลาดต้องการเพิ่มเข้ามาในกลุ่มสินค้าเกี่ยวกับสันทนาการ กีฬา และท่องเที่ยวชุมชน







