
เกษตรฯเร่งทำฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนที่ยังมีน้ำน้อย
ฉัตรชัยสั่งกรมฝนหลวงฯเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีน้ำน้อย ด้านกรมชลลดการระบายน้ำ
ฉัตรชัยสั่งกรมฝนหลวงฯเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีน้ำน้อย ด้านกรมชลลดการระบายน้ำ
พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงให้ความสำคัญและตระหนักถึงความเดือดร้อนที่เกี่ยวกับน้ำของราษฎรในทั่วทุกภูมิภาค โดยได้สั่งการให้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ดำเนินงานปฏิบัติการฝนหลวงมาอย่างต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณ 2559 และปี 2560 ส่งผลให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง มีเพิ่มปริมาณน้ำเพิ่มอย่างเป็นที่น่าพอใจ พร้อมทั้งวางแผนการเตรียมการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนหากประสบปัญหาน้ำท่วม ตลอดทั้งวางแผนการดำเนินงานไปจนถึงช่วงฤดูแล้งหน้าด้วย
นายสุรสีห์ กิตติมณฑล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า กรมได้มีการปรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวงในปี 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.59 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ได้ออกปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 18 วัน มีฝนตกทั้ง 18 วัน คิดเป็น 100 % มีเที่ยวบินขึ้นปฏิบัติการทั้งหมดจำนวน 320 เที่ยวบิน มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนทั้งหมดจำนวน 1,390 ล้านลูกบาศก์เมตร( ลบ.ม.) แยกเป็น 4 เขื่อนใหญ่จำนวน 551 ล้าน ลบ.ม.
ทั้งนี้การเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำน้อย เช่น เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง จ.นครราชสีมา ยังมีปริมาณน้ำในเขื่อนค่อนข้างน้อย ซึ่ง รมว.กระทรวงเกษตร ฯ ได้กำชับให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ปรับเพิ่มเครื่องบินทำฝนหลวงเป็น 6 ลำ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนดังกล่าวช่วงเวลาที่จะกรมอุตุนิยมวิทยา คาดไว้ตั้งแต่ 21 ต.ค. เป็นต้นไปจนกว่าสภาพอากาศไม่เกื้ออำนวย
สำหรับในส่วนเขื่อนปรานบุรี จ.ประจวบฯ และเขื่อนบางลาง จ.นราธิวาส ยังมีปริมาณน้ำน้อย และเป็นจุดมีความยากในการปฏิบัติการฝนหลวง เนื่องจากเป็นพื้นที่แคบและติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงได้มีโครงการวิจัยเกี่ยวกับการทำจรวดฝนหลวง โดยคาดว่าในปี 2560 จะมีการทดลองนำมาใช้ในพื้นที่แคบ หรือพื้นที่ติดชายแดน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นอกจากนั้น จะเดินหน้าโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า ซึ่งในปี 2559 ได้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ในปี 2560 จะมีการขยายผลการดำเนินการในพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคอง โดยจะขึ้นบินโปรยเมล็ดพันธุ์หลังการปฏิบัติการฝนหลวงแล้ว
ทั้งนี้ภาพรวมในการปฏิบัติการฝนหลวงของปีงบประมาณ 2559 (สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย.59) ได้มีการปฏิบัติการฝนหลวงทั้งสิ้นจำนวน 206 วัน จำนวนวันที่ฝนตก 200 วัน คิดเป็น 97 % โดยขึ้นบินจำนวน 4,034 เที่ยวบิน ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนประมาณ 4,287 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งใน 4 เขื่อนใหญ่ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวม 2,377 ล้าน ลบ.ม.โดยทั้ง 4 เขื่อนใหญ่ มีปริมาณน้ำใช้การได้กว่า 9,000 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่ค่อนข้างดี
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ว่า ขณะนี้(19 ต.ค.59) สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเหนือจังหวัดนครสวรรค์ ปริมาณน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ 2-3 วันที่ผ่านมาจะเกิดฝนตกในบริเวณลุ่มน้ำสะแกกรัง แต่ก็มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นบ้างเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ในการเตรียมการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา รมว.กระทรวงเกษตร ฯได้สั่งการให้กรมชลประทาน พิจารณาปรับลดการระบายน้ำในช่วงท้ายน้ำให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด ซึ่งกรมชลประทานได้ปรับลดปริมาณการระบายน้ำจาก 2,300 ลบ.ม./วินาที จนเหลือ 2,018 ลบ.ม./วินาที โดยกรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาโดยนำน้ำเข้าสู่ระบบทั้งซ้าย-ขวา เพื่อนำเข้าไปเก็บในลำคลอง ทั้งคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำ และในพื้นที่ที่เก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งต่อไป โดยพื้นที่ที่เก็บเกี่ยวเสร็จแล้วในทุ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางจังหวัดได้นำน้ำไปเก็บในทุ่งป่าโมก ส่วนทุ่งบางบาลและทุ่งเจ้าเจ็ด เกษตรกรขอเวลาเก็บเกี่ยวในอีกหนึ่งวัน โดยหลังจากวันที่ 20 ต.ค.59 เมื่อเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้วจะนำน้ำเข้าไปเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้งต่อไป
สำหรับสถานการณ์ในป่าสักชลสิทธิ์ กรมชลประทานได้ลดการระบายน้ำลง จากเดิมที่เคยระบายถึง 60 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เหลือเพียง 35 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเก็บน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้เป็นวันแรก โดยได้ระบายน้ำออกน้อยกว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง







