
เร่งฟื้นความเชื่อมั่น
นายกฯ สั่ง ครม.สร้างความเชื่อมั่น ออกมาตรการเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ขณะที่สำนักงบฯ คาดเบิกจ่ายงบสูงหนุนจีดีพีไตรมาสสุดท้ายโตใกล้ 3.5%
นายกฯ สั่ง ครม.สร้างความเชื่อมั่น ออกมาตรการเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ขณะที่สำนักงบฯ คาดเบิกจ่ายงบสูงหนุนจีดีพีไตรมาสสุดท้ายโตใกล้ 3.5%
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยชี้แจงและสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนทั่วประเทศให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของประเทศยังอยู่ในระดับที่ดี การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในมุมมองส่วนตัวเห็นว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมีความเข้มแข็งไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง เรายังคงเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อจีดีพีน้อย มีเงินสำรองระหว่างประเทศสูง ประกอบกับที่ผ่านมารัฐบาลออกมาตรการทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น จึงมีแรงส่งในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยคาดว่ามาตรการต่างๆ จะมีผลต่อเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และอย่างน้อยจนถึงไตรมาสแรกปี 2560
“ที่ผ่านมาถือว่าโชคดีที่รัฐบาลมีมาตรการต่างๆ ออกมาทั้งกระตุ้นการลงทุนในโครงการต่างๆ เร่งการใช้จ่ายเหมือนเราได้ฉีดยาไว้ เยอะและยายังมีผลอยู่ทำให้มีภูมิต้านทาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทีมเศรษฐกิจกำลังประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยหากมีความจำเป็นสามารถที่จะมีมาตรการเพิ่มเติมได้ เพราะเรายังมี Policy Room โดยมาตรการที่ออกมาอาจจะเป็นมาตรการเพื่อสนับสนุนการบริโภคคล้ายกับที่ออกมาในปีที่แล้ว” นายกอบศักดิ์ กล่าว
นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า นายกฯ ได้มอบหมายให้รองนายกฯ และรัฐมนตรี ย้ำกับทุกหน่วยงานดำเนินงานทุกอย่างให้เป็นไปตามแผนและปฏิบัติตามแผนงานการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ โดยในวันที่ 21 ต.ค.นี้ นายกฯ จะไปให้นโยบายส่วนราชการเพื่อจัดทำงบประมาณ 2561 ในเวทีสัมมนาที่สำนักงบประมาณจัดขึ้น
สำหรับงบประมาณปี 2559 นั้น ณ สิ้นปีงบประมาณได้มีการเบิกจ่ายไปทั้ง 94.25% จากเป้าหมาย 96% แต่ภาพรวมมีการทำสัญญาผูกพันไป 98% ซึ่งจะมีการทยอยเบิกจ่ายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2560 หรือไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 ซึ่งหลักๆ เป็นการทำสัญญาผูกพันของงบประมาณลงทุน เพราะในส่วนของงบประมาณลงทุนของปี 2559 นั้นพบว่ามีการเบิกจ่ายต่ำกว่าเป้าหมายที่ 87% เนื่องจากมีการทำสัญญาผูกพันไว้ที่ 90% จะไปทยอยเบิกจ่ายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2560
“งบลงทุนของปี 2559 มีการทำสัญญาผูกพันได้ 90% สูงสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งบางส่วนจะทยอยเบิกจ่ายในไตรมาสแรกของปีงบ 2560 ซึ่งเป็นไตรมาสสุดท้ายของปีปฏิทิน 2559 ซึ่งรวมๆ กับมาตรการกระตุ้นอื่นๆ ที่รัฐบาลได้ออกไปก่อนหน้านี้จะทำให้มีเงินงบประมาณเข้าสู่เศรษฐกิจในปีนี้สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสนี้ขยายตัวได้ใกล้ 3.5%” นายสมศักดิ์ กล่าว







