
สมคิดถกค่าครองชีพ-ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
“สมคิด” เดินสายเกาะติดงาน “พาณิชย์” 17 ต.ค.นี้ จี้ดูแลค่าครองชีพ-ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
“สมคิด” เดินสายเกาะติดงาน “พาณิชย์” 17 ต.ค.นี้ จี้ดูแลค่าครองชีพ-ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 17 ต.ค.นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เพื่อมอบนโยบายและติดตามการดำเนินงานสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าเกษตร ที่ผลผลิตสินค้าหลายชนิดจะออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมากตั้งแต่เดือน พ.ย.นี้เป็นต้นไป อาจทำให้เกษตรกรขายได้ในราคาลดลง
ขณะที่สถานการณ์มันสำปะหลังขณะนี้ ราคาอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 1.50-1.60 บาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา กก.ละกว่า 2 บาท สาเหตุราคาที่ลดลงเนื่องจากเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ และเกษตรกรเร่งรีบขุดมันมาขาย ทั้งที่ยังไม่ได้มาตรฐานและความชื้นสูง จึงขายได้ราคาต่ำ ประกอบกับลานมันหยุดรับซื้อในช่วงนี้ เพราะไม่มีแดดตากมัน ทำให้เกษตรกรขายไม่ได้
อย่างไรก็ตาม จากการหารือกับสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า โรงงานผลิตเอทานอลในภาคนี้รับซื้ออยู่แล้วที่ กก.ละ 1.90 บาท แต่รับซื้อได้วันละไม่มากนัก ส่วนโรงงานผลิตแป้งมัน รับซื้อราคาใกล้เคียงกัน แต่ติดปัญหาที่มีสต๊อกแป้งมันอยู่มาก และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนชะลอการรับซื้อ
“โรงงานขอให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยหาตลาดแป้งมันต่างประเทศให้ด้วย เพราะจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ ชะลอการรับซื้อ ทำให้ขายแป้งมันไม่ได้ ขณะเดียวกัน กระทรวงอยู่ระหว่างหาทางเสริมสภาพคล่องให้ด้วย โดยอาจจะชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้โรงแป้ง” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์
กล่าว
สำหรับการหาตลาดแป้งมันนั้น กระทรวงอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ระหว่างอาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จะเจรจาขยายโควตานำเข้าจากเกาหลีใต้ในกรอบนี้ ส่วนเดือน พ.ย.นี้จะเชิญผู้นำเข้าจากหลายประเทศมาเจรจาซื้อมันและผลิตภัณฑ์จากไทยด้วย
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้เป็นต้นไป คาดว่าราคาหัวมันสดน่าจะดีขึ้น เพราะหากเกษตรกรชะลอการขุดหัวมันออกไปจนถึงเดือน ธ.ค. จะทำให้มันคุณภาพดีขึ้น ราคาดีขึ้น รวมถึงลานมันจะกลับมารับซื้อเพื่อผลิตเป็นมันเส้นได้แล้ว ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กระทรวงอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้รับซื้อข้าวโพดเมล็ดแห้งหน้าโรงงานทั่วประเทศที่ กก.ละ 8 บาท ขณะที่ข้าวเปลือก คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ออกมาตรการรองรับแล้ว 19 มาตรการเชื่อว่าจะเพียงพอในการแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ร้านค้าจำหน่ายเครื่องดื่มรายหนึ่งได้ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลมขวดแก้วและกระป๋องอีก 2 บาท โดยในส่วนขวดแก้วขนาด 250 มิลลิลิตร (มล.) ปรับราคาขึ้นจากเดิม 10 บาท เป็น 12 บาท และแบบกระป๋องปรับขึ้นราคา โดยยกเลิกการผลิตขนาด 240 มล. ราคา 10 บาท และมาผลิตขนาด 245 มล.เพียงขนาดเดียว และจำหน่ายในราคา 12 บาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปตรวจสอบต่อไป เพราะมีสินค้าอีกหลายประเภทที่ไม่ปรับขึ้นราคา แต่ใช้ปรับขนาดบรรจุภัณฑ์แทน







