posttoday
ยืมหุ้นขาย1.6หมื่นล.

ยืมหุ้นขาย1.6หมื่นล.

17 ตุลาคม 2559

3วันดิ่งแรง KBANKลงมากสุด หมอเสริฐซื้อBDMS

3วันดิ่งแรง KBANKลงมากสุด หมอเสริฐซื้อBDMS

โพสต์ทูเดย์ - ดัชนีหุ้นไทย 3 วันแรกสัปดาห์ที่ผ่านมาดิ่งรุนแรง ลดลง 3 วัน 98 จุด ต่ำสุดที่ 1,343.13 จุด และเด้งขึ้นมาปิดที่ 1,477.61 จุด เพิ่มขึ้น 64.79 จุด

รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งถึงธุรกรรมการขายชอร์ตหรือยืมหุ้นไปขายล่วงหน้าในช่วง 3 วัน ที่ดัชนีดิ่งแรง พบว่า ธุรกรรมยืมหุ้นขายล่วงหน้าเกิดขึ้นใน 97 หลักทรัพย์ มีมูลค่าการยืมหุ้นไปล่วงหน้ารวม 1.68 หมื่นล้านบาท

 ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่ถูกยืมขายล่วงหน้ามากสุดใน 5 อันดับแรก คือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ถูกยืมขายล่วงหน้ามูลค่ารวม 1,564.77 ล้านบาท ถัดมาคือ บริษัท ปตท. (PTT) มีมูลค่ายืมขายล่วงหน้า 1,151.83 ล้านบาท บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) มูลค่าถูกยืมขายล่วงหน้า 664.81 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มูลค่าถูกยืมขายล่วงหน้า 624.33 ล้านบาท และบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) มูลค่าถูกยืมขาย 115 ล้านบาท

การที่ดัชนีปรับทิศทางและพุ่งขึ้นแรงส่วนหนึ่งมาจากการที่นักลงทุนต้องกลับไปซื้อคืนหุ้นที่ขายออกไป และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ดัชนีในช่วงท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมาเด้งขึ้นมาปิดที่ 1,477.61 จุดขณะที่นักลงทุนต่างชาติขาย 2,579.74 ล้านบาท

ขณะที่ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใช้จังหวะหุ้นดิ่งแรงซื้อหุ้นเข้าพอร์ต เช่น นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) รายงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตามมาตรา 59-2 เรื่องการรายงานการถือครองหุ้นของผู้บริหารว่า ได้เข้าซื้อหุ้นจำนวน 4.5 ล้านหุ้น ที่ราคา 22.25 ล้านบาท มูลค่ารวม 100.12 ล้านบาท นางนฤมล น้อยอ่ำ ซื้อหุ้น 2 แสนหุ้น ที่ราคา 21.90 บาท เป็นเงิน 4.38 แสนล้านบาท นายอนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา กรรมการ บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) ได้รายงานซื้อหุ้น 4,000 หุ้น ที่ราคา 23.30 บาท เป็นเงิน 9.3 หมื่นบาท นางอาริญา ปราสาททองโอสถ ซื้อ BA จำนวน 2.15 แสนหุ้น ที่ 25 บาท เป็นเงิน 5.37 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า ดัชนีราคาหุ้นได้ปรับลดลงจากระดับปิด 1,504.34 จุด เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2559 สู่ระดับปิด 1,412.82 จุด หรือลดลง 6.1% แต่ที่ระดับต่ำสุด 1,343.13 จุด ลดลงถึง 10.7% สะท้อนความไม่แน่นอนในประเทศไปพอควร และคาดการณ์ว่าในระยะสั้นตลาดมีโอกาสดีดกลับได้ โดยมีเป้าหมายทางเทคนิคที่ 1,450 จุด, 1,470-1,480 จุด

สําหรับหุ้นขนาดใหญ่ 20 อันดับในตลาดหุ้นไทยและเป็นหุ้นที่แนะนําซื้อ คือ PTT, SCC, บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT), SCB, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC), KBANK, BDMS, ธนาคารกรุงเทพ (BBL), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC), บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) เพราะเป็นหุ้นที่โตสูง

บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งออกบทวิเคราะห์คาดการณ์กำไรของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) โดย บล.ทรีนีตี้ คาดไตรมาส 3 จะมีกำไรสุทธิ 4,975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 110% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ฟื้นตัวจากกำไรการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันดิบราว 20 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังราคาน้ำมันดิบเบรนต์อ่อนตัวราว 3-4 เหรียญสหรัฐ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิรวมผลกระทบทางภาษีราว 58 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ไตรมาสนี้จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษจำนวน 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนไตรมาส 4 ยังคงถูกกดดันจากราคาขายก๊าซที่ลดลงในทุกแหล่งการผลิต ต้นทุนการผลิตรวมที่สูงขึ้นและขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงน้ำมัน หากการประชุมผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก (โอเปก) และรัสเซียมีมติคงกำลังการผลิตจะส่งผลให้น้ำมันเพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค