
3กระทรวง ‘กต.-ดีอี-มท.’ รัฐบาลดิจิทัลยอดเยี่ยม
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ
ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นอกเหนือจากการส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินการในมิติต่างๆ แล้ว ที่มองข้ามไม่ได้เลยคือองคาพยพของภาครัฐเอง ก็ต้องปรับตัวนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมบริการใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารงาน และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจในการทำธุรกรรมกับภาครัฐ
วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ อีจีเอ ได้แถลงผลสำรวจความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลประจำปี 2559 โดย ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการอีจีเอ เปิดเผยว่า การสำรวจครั้งนี้ได้จัดกลุ่มความพร้อมเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม Developed หรือกลุ่มที่มีระดับความพร้อมที่ดีอยู่แล้ว และสามารถพัฒนาให้เติบโตอย่างดีต่อเนื่องในปีนี้ กลุ่มนี้ประกอบด้วย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี
2.กลุ่ม Rising Star หรือกลุ่มที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงวัฒนธรรม
3.กลุ่ม Maintainer หรือกลุ่มที่มีระดับความพร้อมที่ดีอยู่แล้ว และยังคงรักษาระดับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข
และ 4.กลุ่ม Developing หรือกลุ่มที่มีความพร้อมระดับกลางและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ดี หากให้คะแนนหน่วยงานที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมในภาพรวม 3 อันดับแรก ประกอบด้วย อันดับ 1 กระทรวงการต่างประเทศ อันดับ 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และอันดับ 3 กระทรวงมหาดไทย
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาผลสำรวจความพร้อมในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลในภาพรวม โดยแบ่งเป็น 6 มิติ พบว่า มิติด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงปลอดภัยและประสิทธิภาพ และด้านระบบบริหารจัดการภายใน ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นด้านที่มีความพร้อมมากที่สุด มีค่าคะแนน 79/100
ด้านนโยบายและแนวปฏิบัติในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล มีความพร้อมรองลงมา มีค่าคะแนน 75/100 ส่วนด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะและการนำมาใช้ เป็นด้านที่มีความพร้อมปานกลาง มีคะแนน 64/100
ส่วนมิติที่มีความพร้อมน้อยที่สุด คือ ด้านศักยภาพของเจ้าหน้าที่ภาครัฐด้านดิจิทัล และด้านการบริการภาครัฐที่สะดวกและเข้าถึงได้ง่าย มีคะแนน 60/100
นอกจากนี้ หากพิจารณาตามหมวดบริการ พบว่า บริการ E-Services ในภาครัฐ มีการให้บริการ E-Services ผ่านช่องทางต่างๆ แล้วถึง 79.9% ส่วนเรื่องการใช้ระบบ e-Payment พบว่ายังมีไม่สูงมากนัก คือ มีการรับ/จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพียงแค่ 31% แต่คาดว่าหลังจากการผลักดันนโยบายพร้อมเพย์ของรัฐบาลแล้ว อีก 69% ที่ยังไม่มีระบบอี-เพย์เมนต์จะเริ่มเข้าสู่ระบบมากขึ้นตามลำดับ
ด้านของการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ หรือ Open Data พบว่า หน่วยงานรัฐ 95.73% มีการเปิดเผยข้อมูลที่อนุญาตให้ผู้ใช้นำไปใช้แบบไม่มีเงื่อนไขและอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก
อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไว-ไฟ) ของหน่วยงานราชการ พบว่า หน่วยงานรัฐ 99% มีการเปิดให้ใช้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังเปิดให้ผู้มาติดต่อขอรับบริการใช้งานเพียง 41% นอกนั้นเป็นการเปิดให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานภายนอกที่เข้ามาทำงานร่วมกันใช้งาน
ด้านการใช้งานระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง พบว่า มีการใช้ถึง 64% ส่วนเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่หน่วยงานภาครัฐเริ่มใช้กันแล้ว เทคโนโลยี Big Data มีหน่วยงานที่ริเริ่มใช้งานแล้วถึง 36% ขณะที่เทคโนโลยี IoT หรือ Internet of Things เริ่มมีการใช้งานในหน่วยงานภาครัฐแล้ว 11%
“ในภาพรวมแล้วผลสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย และนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน” ผู้อำนวยการ อีจีเอ กล่าวสรุป







