
จี้รัฐเคลียร์ปมคาร์บอมบ์
ทิก้าเสนอรัฐจัดระเบียบแจงสื่อต่างชาติเรื่องคาร์บอมบ์ หวั่นกระทบความเชื่อมั่นภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยวูบ
ทิก้าเสนอรัฐจัดระเบียบแจงสื่อต่างชาติเรื่องคาร์บอมบ์ หวั่นกระทบความเชื่อมั่นภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยวูบ
นายสุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ ทิก้า เปิดเผยว่า ทิก้าต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่กระทรวงการต่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ออกแถลงการณ์ชี้แจง พร้อมจัดระเบียบการให้ข้อมูลข่าวสารคาร์บอมบ์กับสื่อต่างชาติ ภายหลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ข่าวจับตาเฝ้าระวังการเกิดคาร์บอมบ์ระหว่างวันที่ 25-31 ต.ค.นี้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มจัดการประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) และภาพลักษณ์ประเทศไทยไม่ปลอดภัยในสายตานักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ รัฐบาลควรแถลงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวรับรู้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในทุกธุรกิจได้จับตาความเคลื่อนไหวและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่ารัฐบาลกลุ่มประเทศที่มีความอ่อนไหวต่อทุกสถานการณ์ เช่น ออสเตรเลีย จะออกคำเตือนให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางมาไทยอาจส่งผลกระทบต่อฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) นี้
“ขณะนี้ผู้ประกอบการไม่สามารถประเมินแนวโน้มการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นได้อย่างชัดเจน โดยต้องจับตาดูว่าสื่อต่างชาติประโคมข่าวนี้มากน้อยเพียงใด ซึ่งรัฐบาลไทยต้องเร่งวางแผนบริหารจัดการรับมือ เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตื่นตกใจ” นายสุเมธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดจากภัยก่อการร้าย การสร้างความปั่นป่วนทางการเมือง สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกประเทศทั่วโลก นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มีความคุ้นเคย โดยเฉพาะกับประเทศไทยมีเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้งแต่ความรุนแรงไม่มากนัก แต่รัฐบาลต้องวางแผนบริหารจัดการรับมือด้านข้อมูลในภาวะวิกฤต เพื่อไม่กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในภาพรวม
นายสุเมธ กล่าวว่า ใน 1-2 สัปดาห์นี้ ทิก้าเตรียมประชุมหารือร่วมกับสมาชิก เพื่อรวบรวมปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไมซ์ พร้อมปรับกลยุทธ์การตลาดปี 2560 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นตลาดชาติสมาชิกอาเซียนทดแทนตลาดระยะไกล เช่น ยุโรป อเมริกา เบื้องต้นมองว่าภาพ รวมไมซ์ปีหน้าประเทศไทยยังมีศักยภาพที่แข็งแกร่งในการเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ไมซ์ในอาเซียนได้







