
เอกชนจ่อปรับราคาสินค้าไตรมาส4
ผู้ผลิตสินค้าได้ใจจ่อปรับขึ้นราคาสินค้า 5-10% คาดจะเริ่มในไตรมาส 4 ปีนี้ หลังพาณิชย์ไม่ต่อมาตรการตรึงราคาสินค้า
ผู้ผลิตสินค้าได้ใจจ่อปรับขึ้นราคาสินค้า 5-10% คาดจะเริ่มในไตรมาส 4 ปีนี้ หลังพาณิชย์ไม่ต่อมาตรการตรึงราคาสินค้า
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์ และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงพาณิชย์จะไม่ต่อมาตรการขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าที่จะหมดในเดือนก.ย.ว่า ขณะนี้ต้นทุนการผลิตภาพรวมของภาคอุตสาหกรรมมีทิศทางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะวัตถุดิบทั้งในแง่ของพืชผลทางการเกษตรและชิ้นส่วนภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นภาพรวมคาดว่าราคาสินค้าภาคอุตสาหกรรมจะมีการทยอยปรับขึ้นเฉลี่ย 5-10% ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้
ทั้งนี้ สินค้าที่ไม่อยู่ในรายการควบคุมที่ผ่านมามีต้นทุนเฉลี่ยขยับขึ้นค่อนข้างสูง เนื่องจากเศรษฐกิจของไทยและโลกฟื้นตัว ทำให้ช่วงที่ผ่านมาเอกชนต้องพยายามรักษาตลาด เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ ทำให้การแข่งขันในตลาดสูง จึงสามารถตรึงราคาได้ แต่เมื่อตลาดขยายตัวขึ้นการแข่งขันลดลง จึงสามารถปรับราคาสินค้าได้บ้างตามต้นทุน แต่คงไม่ครอบคลุมทันที
อย่างไรก็ตาม ในสินค้าที่มีการแข่งขันสูง ผู้ผลิตก็คงจะไม่ปรับราคาสินค้าอยู่แล้ว แต่จะให้วิธีลดต้นทุนให้มากที่สุด เพื่อชดเชยกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งขณะนี้ต้นทุนขยับขึ้นลงตามทิศทางราคาน้ำมัน ที่จะสะท้อนไปยังค่าขนส่งสินค้า และวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง เช่น ปิโตรเคมี เพื่อนำไปผลิตบรรจุภัณฑ์ต่างๆ
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลมีแนวคิดจะปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นวันละ 250 บาทต่อวัน หากมีการปรับขึ้นในระดับนั้นจริง จะกระทบต้นทุนต่อต้นทุนการผลิตสินค้าของโรงงานที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ซึ่งในที่สุดก็จะสะท้อนออกไปยังราคาสินค้าที่ขยับสูงขึ้น
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.กล่าวว่า ยอมรับว่าขณะนี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากวัตถุดิบที่ปรับราคาเพิ่มโดยเฉพาะจากกรณีที่ตลาดโลกฟื้นตัวและราคาน้ำมันมีทิศทางที่สูงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนการผลิตรถยนต์โดยรวมมีต้นทุนสูงเฉลี่ยไม่เกิน 10%
อย่างไรก็ตามผู้ผลิตรถยนต์ได้มีการสนับสนุนแนวทางในการลดต้นทุนให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนเพื่อที่จะให้คงราคาจำหน่ายเดิมไว้
“ภาพรวมต้นทุนการผลิตอาจจะปรับขึ้นบ้างแต่คงไม่มีค่ายไหนคิดที่จะปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากตลาดในประเทศมีการฟื้นตัวและการแข่งขันมีอยู่พอสมควรโดยเฉพาะตลาดรถยนต์ประหยัดพลังงานตามมาตรฐานสากลหรืออีโคคาร์ที่เริ่มทำตลาดมากขึ้น”นายศุภรัตน์กล่าว







