
มันฯสด-ข้าวโพดราคาดิ่ง
“พาณิชย์” ยอมรับมาตรการอุ้มราคามันสำปะหลัง-ข้าวโพดเอาไม่อยู่ หลังผลผลิตล้นตลาด ด้านโรงงานอาหารสัตว์เมินชะลอนำเข้าข้าวสาลี
“พาณิชย์” ยอมรับมาตรการอุ้มราคามันสำปะหลัง-ข้าวโพดเอาไม่อยู่ หลังผลผลิตล้นตลาด ด้านโรงงานอาหารสัตว์เมินชะลอนำเข้าข้าวสาลี
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ขณะนี้ราคามันสำปะหลังเชื้อแป้ง 25% ยังคงตกต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยราคาที่ จ.นครราชสีมา ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 1.45-1.55 บาท ลดลงจากเดือน ก.ย. อยู่ที่กิโลกรัมละ 1.70-2.00 บาท และเคยลงไปต่ำสุดที่กิโลกรัมละ 1.20 บาท ขณะที่ราคามันเส้น ณ โกดังผู้ส่งออก จ.พระนครศรีอยุธยา เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 5.10-5.45 บาท ลดลงจาก 5.60-5.85 บาท ส่วนราคาส่งออกมันเส้นเอฟโอบี กรุงเทพฯ ตันละ 170-175 เหรียญสหรัฐ ลดจากตันละ 180 เหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ สาเหตุที่ราคาตกต่ำ เนื่องจากผลผลิตได้เริ่มออกสู่ตลาดและจะออกมากสุดในช่วงเดือน พ.ย.นี้ ทำให้ราคายังมีแนวโน้มลดลงอีก ประกอบกับมาตรการดูแลราคามันสำปะหลังที่รัฐบาลนำออกมาใช้ไม่สามารถดึงราคาให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ จึงส่งผลกระทบต่อราคาทั้งระบบ
นอกจากนี้ ยังพบว่าราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้น 14% ที่ จ.สุโขทัย อยู่ที่กิโลกรัมละ 6 บาท เลย 6.60 บาท น่าน 6.80 บาท เชียงราย อุทัยธานี และพิษณุโลก 7 บาท ต่ำกว่าที่ภาครัฐกำหนดให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้อที่กิโลกรัมละ 8 บาท
นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าพืชไร่ จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปรับตัวลดลง เป็นผลจากการที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ยังคงนำเข้าข้าวสาลีอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้กระทรวงพาณิชย์จะขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ชะลอการนำเข้า จนกว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะออกสู่ตลาดหมด แต่ก็ไม่มีใครทำตาม ซึ่งต้นเดือน ต.ค. มีข้าวสาลีรอขึ้นที่ท่าเรือ 5.5 หมื่นตัน ปลายเดือน ต.ค. อีก 2.2 แสนตัน และช่วง 8 เดือนของปี 2559 (ม.ค.-ส.ค.) นำเข้าแล้วกว่า 3 ล้านตัน ทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ไม่มี การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือหากจะซื้อก็ตั้งเงื่อนไขในการรับซื้อไว้มากจนไม่มีการซื้อขายจริง
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้มาตรการดูแลราคามันสำปะหลังได้มีผลใช้แล้ว หลังจากที่ ครม.ได้อนุมัติ โดยมี 6 มาตรการ อาทิ โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลังในระบบหยดน้ำ เป็นต้น ส่วนมาตรการอื่นๆ ได้กำหนดให้ช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากเดือน ม.ค.-เม.ย. ผู้ส่งออกจะต้องสต๊อกมันเส้นไว้ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 หากส่งออก 1 ตัน ต้องเก็บสต๊อก 1 ตัน เพื่อให้มีการซื้อเก็บสต๊อกมากขึ้น และยังเชิญผู้ซื้อต่างประเทศเข้ามาเจรจาซื้อขายมันเส้นและแป้งมันเดือน พ.ย.นี้ เพื่อให้มีตลาดรองรับผลผลิตมันสำปะหลังฤดูกาลใหม่ที่กำลังทยอยออกมา







