posttoday
ROJNA ชี้ TICON อนาคตแกร่ง

ROJNA ชี้ TICON อนาคตแกร่ง

11 ตุลาคม 2559

เครือเจ้าสัวเจริญถือใหญ่หนุนทุนหนาธุรกิจมีโอกาสโต ยอมถือหุ้นน้อยลง

เครือเจ้าสัวเจริญถือใหญ่หนุนทุนหนาธุรกิจมีโอกาสโต ยอมถือหุ้นน้อยลง

ROJNA อดีตหุ้นใหญ่ TICON มองเครือเจริญถือหุ้นหนุนฐานะการเงินแกร่ง-อนาคตเติบโตอีกมากยอมถูกลดสัดส่วนการถือหุ้น

น.ส.อมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการอิสระ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) ในฐานะอดีตผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) เปิดเผยว่า มติคณะกรรมการ TICON ที่เพิ่มทุนขายหุ้น 40% หรือ 735 ล้านหุ้น ให้กับบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) หรือ FPHT ว่า แม้บริษัทก็จะถูกลดสัดส่วนการถือหุ้นจากหุ้นเพิ่มทุนที่เกิดขึ้น แต่มองว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะการเพิ่มทุนทำให้ TICON มีเงินตรงๆ ไหลเข้ามากว่า 1.32 หมื่นล้านบาท จะทำให้ฐานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งขึ้น มีต้นทุนค่าใช้จ่ายทางด้านการเงินก็จะลดลง บริษัทเองแม้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นจะลดลงแต่มองในระยะยาวการมีผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่มีความแข็งแกร่งทั้งในเรื่องเงินทุนและเครือข่ายธุรกิจก็จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้นทั้งหมด

“ยอมรับว่า TICON จำเป็นต้องเพิ่มทุน แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่มีเงินหากเพิ่มทุนขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) และยืนยันโหวตให้ FPHT ไม่ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดยอมลดสัดส่วนการถือหุ้นลงรวมถึงนักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นอยู่สัดส่วนการถือหุ้นก็จะลดลงด้วย 66%” น.ส.อมรา กล่าว

นายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ TICON ระบุในเอกสารข่าวว่า การขายหุ้นให้ FPHT เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและประสานความร่วมมือ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สู่การเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการอุตสาหกรรมแถวหน้าของอาเซียน รวมถึงการที่จะนำเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนไปชำระคืนหนี้เงินกู้บางส่วนจะทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลง

สำหรับผลการดำเนินงาน TICON ครึ่งปีนี้แรกมีกำไรสุทธิเพียง 246 ล้านบาท ลดลงจากครึ่งเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 769 ล้านบาท ขณะที่ D/E พุ่งสูงเกิน 2 เท่า

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป มองว่า TICON ขายหุ้นเพิ่มทุนให้ FPHT บริษัทในเครือนายเจริญ สิริวัฒนภักดี จะส่งผลดีในระยะยาวจากความร่วมมือทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นร่วมกันโดยมองว่าในอนาคต TICON จะได้ประโยชน์จากบริษัทอื่นๆ ในเครือเจ้าสัวเจริญที่มีความจำเป็นในการใช้คลังสินค้า เช่น บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) ประกอบกับการเข้ามาของผู้บริหารใหม่ ซึ่งมีความชำนาญในธุรกิจน่าจะส่งผลดีต่อการบริหารโดยรวมมากขึ้น

สำหรับระยะสั้นไม่แนะนำเข้าลงทุนใน TICON เนื่องจากราคาปัจจุบันค่อนข้างสูง และการเข้ามาของผู้ถือหุ้นรายใหม่ น่าจะยังไม่เห็นผลประโยชน์ในระยะสั้น แต่เหมาะจะลงทุนระยะยาวมากกว่า โดยราคาเหมาะสมล่าสุดของ TICON อยู่ที่ 9.14 บาท แต่เตรียมพิจารณาปรับเพิ่มขึ้นหลังจากได้ผู้ถือหุ้นรายใหม่ ซึ่งต้องรอข้อมูลให้มีความชัดเจนก่อน

หุ้น TICON ลงมาปิด 15.60 บาท ลดลง 1.40 บาท ROJNA ปิด 4.92 บาท ลดลง 0.43 บาท

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร