posttoday
หุ้นดิ่งดัชนีเชื่อมั่นวูบ

หุ้นดิ่งดัชนีเชื่อมั่นวูบ

11 ตุลาคม 2559

ต่ำกว่า 1,438 จุดซื้อเก็งกำไร ทิสโก้ไตรมาส 3 กำไรพุ่ง 54%

ต่ำกว่า 1,438 จุดซื้อเก็งกำไร ทิสโก้ไตรมาส 3 กำไรพุ่ง 54%

หุ้นดิ่ง 47 จุด ตื่นปัจจัยในประเทศ ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนลด 26.19% กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย บล.กสิกรไทย มองต่ำกว่า 1,438 จุด เป็นจังหวะเก็งกำไร

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,457.02 จุด ลดลง 47.32 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่า 74,142.56 ล้านบาท ต่างชาติซื้อ 998.74 ล้านบาท ซึ่งหุ้นดิ่งเพราะตื่นปัจจัยในประเทศและความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจมีแนวโน้มเติบโตขึ้นในอนาคตเพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจไทยที่มีการเติบโตที่ดี ภาวะหนี้สินครัวเรือนที่ลดลง ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ตลาดหุ้นไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ นักลงทุนต่างประเทศยังมองตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ยังดีอยู่ จากการลงทุนภาครัฐที่ชัดเจนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ระยะสั้นช่วง 2-3 วันนี้ หุ้นไทยยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงสะท้อนปัจจัยลบในประเทศหลังจากเปิดตลาดเช้าวานนี้ดัชนีลดลง 50 จุด แนะนำให้ระมัดระวังการลงทุนเพราะเป็นช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวน ต้องจับตาดูสถานการณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และจับจังหวะในการซื้อหรือปรับพอร์ตโดยการขายทำกำไรออกไปในจังหวะที่เหมาะสม

นายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือน ต.ค.ที่มองไปถึง 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งสำรวจความเห็นจากกลุ่มนักลงทุนบุคคล สถาบันในประเทศ และสถาบันต่างประเทศ อยู่ที่ 103.84 จุด ลดลงจากเดือนก่อน 26.19% ซึ่งอยู่ที่ 140.68 จุด

หากพิจารณารายกลุ่มพบว่า นักลงทุนทุกประเภทมีการปรับมุมมองลดลงทั้งหมด โดยนักลงทุนต่างชาติมีมุมมองลดลงมากที่สุดคือ ปัจจุบันมองที่ 100 จุด ลดลงถึง 36.36% นักลงทุนรายบุคคลอยู่ที่ 138.68 จุด ลดลง 25.50% และนักลงทุนสถาบันในประเทศอยู่ที่ 129.41 จุด ลดลง 13.45%

นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้ลงทุนกังวลคือแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่กระทบโดยตรงต่อการเคลื่อนย้าย เงินทุนต่างชาติโดยหมวดบริการรับเหมาก่อสร้างมีความน่าสนใจลงทุนมากที่สุด ขณะที่หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ไม่น่าลงทุน

นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวว่า หุ้นไทยซื้อขายกันบนราคามูลค่าที่เกินกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ควรเป็นหรือมากกว่า 1,500 จุด เท่ากับราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ 16 เท่า เมื่อมีข่าวสารทั้งปัจจัยต่างประเทศและในประเทศเข้ามา ก็พร้อมจะปรับฐานลงมา ซึ่งให้น้ำหนักปัจจัยต่างประเทศมากที่สุดคือ การที่ยุโรปและญี่ปุ่นจะลดการใช้นโยบายคิวอี จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของเม็ดเงินต่างชาติอาจไหลกลับ จากที่ผ่านมาใช้นโยบายเยนแครี่เทรด ขณะที่เม็ดเงินต่างชาติของสหรัฐได้ไหลกลับประเทศไปนานแล้ว รองลงมาคือเฟดที่คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยใน ธ.ค.

สำหรับการเลือกประธานาธิบดีหากโพลสำรวจ ฮิลลารี คลินตัน นำอยู่ คาดว่าจะไม่มีผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนที่เร็วมาก แต่หากโพลผลสำรวจชี้ให้ โดนัล ทรัมป์ ชนะเลือกตั้ง จะเกิดผลกระทบเรื่องกระแสเงินทุนไหลเข้าไปเก็งกำไรในสกุลเงินสหรัฐ ตามนโยบายหาเสียงของ โดนัล ทรัมป์ ที่มีทั้งการกีดกันการค้า และมาตรการภาษีเพื่อดึงดูดเงินเข้าสหรัฐ ซึ่งแนะนักลงทุนให้เน้นปรับพอร์ตรับมือความผันผวน

ทั้งนี้ กลยุทธ์ลงทุนแนะลงในหุ้น 40-50% ถือเงินสด 50-60% จากก่อนหน้า ดัชนี 1,500 จุดให้ลงหุ้น 20% และถือเงินสด 80% หากดัชนี ต่ำกว่า 1,438 จุด เริ่มเข้าทยอยเก็งกำไรได้ ส่วนนักลงทุนระยะกลาง-ยาวให้รอ 1,335 จุด และยังคงเป้าดัชนีปีนี้ที่ 1,530 จุด ที่อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) 92.8 บาท หรือเติบโตขึ้น 20% จากปี 2558

หุ้นที่แนะนำคือ กลุ่มดอกเบี้ยขาขึ้นคือ กลุ่มบริษัทประกันเช่น บริษัท กรุงเทพประกันภัย (BLA) กลุ่มธนาคารคือ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) รวมถึงหุ้นกลุ่มส่งออกที่ค่าเงินบาทจะอ่อน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA

ด้านทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ปแจ้งงบไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิ 1,249.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.50% เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 809 ล้านบาท  ส่วนงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 3,712.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.49% เปรียบเทียบงวดก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,006.20 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?