
PITAK หัตถกรรมร่วมสมัย
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
อีกหนึ่งชิ้นงานผลิตภัณฑ์ของคนรุ่นใหม่ ที่หยิบโครงงานวิทยานิพนธ์การออกแบบผลิตภัณฑ์ งานจักสาน หมู่บ้านเมืองน้อย จ.บุรีรัมย์ ถิ่นกำเนิดของตัวเองมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยอาศัยวัตถุดิบและกำลังการผลิตจากชุมชนหัตถกรรม มาใส่ไอเดียการออกแบบใหม่ให้ร่วมสมัย (คอนเทมโพรารี) ภายใต้ชื่อ PITAK พร้อมส่งเข้าประกวดจนได้รับรางวัลรองชนะเลิศ โครงการประกวด สุดยอดแนวคิดพลิกธุรกิจไทย StartUp Thailand by GSB ปีล่าสุด
รัฐชาติ พลแสน นักออกแบบและเจ้าของผลิตภัณฑ์ทีม PITAK เล่าแนวคิดริเริ่มธุรกิจด้วยมองเห็นความน่าสนใจจากสิ่งที่มีอยู่รอบตัว อย่างงานหัตถกรรมของคนในหมู่บ้านที่ยังทำกระติ๊บ หรือการทอผ้าไหมอยู่ ซึ่งเห็นว่าควรนำความรู้ที่มีอยู่ โดยเฉพาะการออกแบบดีไซน์มาเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมให้มีความน่าสนใจ และเป็นที่ต้องการตลาดได้มากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดเครื่องใช้ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์
“ความน่าสนใจงานหัตถกรรมท้องถิ่นของหมู่บ้าน ยังอยู่ที่อัตลักษณ์ที่ถูกนำเสนอให้ออกมาเป็นลวดลายเฉพาะของท้องถิ่น อย่างลายถักที่เรียกว่า กระดูกงู ลายสานซ้าย ขวา ที่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นของชุมชนที่นี่” รัฐชาติ เสริม
จากนั้นจึงนำคาแรกเตอร์ของลวดลายดังกล่าว เข้าสู่กระบวนการคิดและออกแบบใหม่ เพื่อนำมาใช้ในงานของใช้ของตกแต่งที่อยู่อาศัย ทั้งภายในบ้าน หรือโรงแรม รีสอร์ท ที่กลุ่มหลังหันมานิยมการตกแต่งภายในสถานที่ด้วยชิ้นงาน เฟอร์นิเจอร์ ที่มีความโดดเด่นเฉพาะ (ยูนีก) มากขึ้น
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ PITAK จะมีทั้งโคมไฟ ฉากกั้น(พาร์ติชั่น) วอลล์ เดคอเรชั่น สำหรับติดผนัง เป็นต้น ที่งานชิ้นอย่างหลังพัฒนาขึ้นมาจากโครงงานการออกแบบ (โปรเจกต์ดีไซน์) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากงานทอผ้าไหมท้องถิ่น และการจักสาน ที่นำมาตัดทอนเพื่อให้ได้รูปทรงที่เหมาะกับชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์ แต่ยังคงวิธีการ กระบวนการผลิตแบบท้องถิ่นดั้งเดิม ด้วยแนวคิดการให้ชุมชนมีส่วนร่วมทั้งการทำงานและรายได้ไปพร้อมกัน
สำหรับการผลิตวัตถุดิบเพื่อนำมาประกอบเป็นชิ้นงานนั้น รัฐชาติบอกว่าจะเข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชน ถึงรูปแบบชิ้นงานวัตถุดิบที่ต้องการใช้ ที่ปัจจุบันมีเครือข่ายหมู่บ้านรวมกันไม่ต่ำกว่า 100-150 ครัวเรือน เพื่อพัฒนาเป็นชิ้นงานสำเร็จ และเป็นต้นแบบภายใต้โครงงานที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งได้มีการแสดงงานในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในปีนี้ไปแล้ว
ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อยอดพร้อมพัฒนาชิ้นงานในรูปแบบอุตสาหกรรมครัวเรือนมีจำกัดจำนวนการผลิต เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพและความยูนีกของผลิตภัณฑ์เอาไว้ ที่ปัจจุบันจะผลิตอยู่ในรูปแบบ เมด ทู ออร์เดอร์ ทั้งงานจักสาน และการทอผ้าไหมท้องถิ่น โดยยังสร้างแรงจูงใจการผลิตด้วยการกำหนดอัตราค่าแรงการผลิตชิ้นงานที่สูงขึ้น อาทิ กลุ่มกระติ๊บ อยู่ที่ 300บาท/ลูก จากเดิมกระติ๊บหนึ่งชิ้นมีค่าแรงหรือจำหน่ายได้อยู่ที่ราว 250 บาท/ลูก เป็นต้น ที่จะไปพร้อมกับการฝึกฝนทักษะให้กับกลุ่มชาวบ้านผู้ผลิตจากลวดลาย (แพตเทิร์น) เดิมๆ เพื่อให้เกิดความชำนาญและสร้่างมาตรฐานในชิ้นงานได้อย่างสม่ำเสมอ
พร้อมทำตลาดภายใต้แบรนด์ “PITAK” ซึ่งที่มาของแบรนด์มาจากการอ่านย้อนหลังตัวสะกดคำภาษาอังกฤษ จากคำว่า KATIP กระติ๊บ ภาชนะไม้ไผ่สานสำหรับเก็บข้าวเหนียวของชาวอีสานที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนอีกด้วย
ขณะที่กลุ่มเป้าหมายสินค้าจะเป็นกลุ่มที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ร้านของตกแต่ง ฯลฯ ที่ปัจจุบันหันมาใช้สินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเพื่องานตกแต่งภายในมากขึ้น ซึ่งเป็นกระแสที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ งานหัตถกรรมแบรนด์ PITAK ยังมุ่งวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่พร้อมมองหาพันธมิตรธุรกิจด้านการเงินที่สนใจเข้าร่วมทุนด้วยเช่นกัน







