posttoday
บิ๊กตู่แนะเอกชนร่วมมือรัฐพัฒนาเศรษฐกิจ-ลดเหลื่อมล้ำ

บิ๊กตู่แนะเอกชนร่วมมือรัฐพัฒนาเศรษฐกิจ-ลดเหลื่อมล้ำ

09 ตุลาคม 2559

นายกฯเปืดประชุม ภาคธุรกิจในกรอบความร่วมมือเอเชีย แนะภาคเอกชนร่วมมือกับภาครัฐพัฒนาเศรษฐกิจ-ลดความเหลื่อมล้ำ

นายกฯเปืดประชุม ภาคธุรกิจในกรอบความร่วมมือเอเชีย แนะภาคเอกชนร่วมมือกับภาครัฐพัฒนาเศรษฐกิจ-ลดความเหลื่อมล้ำ

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมภาคธุรกิจในกรอบความร่วมมือเอเชีย (ACD Connect 2016) ในหัวข้อบทบาทสำคัญของภาคธุรกิจต่อวิวัฒนาการของ ACD (The Indispensable Role of Business in the Evolution of ACD)

นายกฯกล่าวว่า เมื่อ 40 ปีก่อน ครอบครัว ACD เริ่มจาก 18 ประเทศ จนขยายเป็น 34 ประเทศในวันนี้ โดยครอบคลุมทุกอนุภูมิภาคของทวีปเอเชีย ซึ่งสะท้อนว่า การส่งเสริม "ความร่วมมือ" และ "การหารือ" อย่างเป็นมิตรและสร้างสรรค์ โดยนำจุดแข็งที่หลากหลายของเอเชีย ผนึกพลังขับเคลื่อนจะทำให้เอเชียเป็นประชาคมที่เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เช่นเดียวกับหัวข้อหลักของการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย ครั้งนี้ คือ เอเชียหนึ่งเดียว หลากหลายในพลัง

ภาคเอกชนถือเป็นพลังสำคัญในการสร้างพลวัตใหม่และความเข้มแข็งของ ACD โดยการประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้เอเชียเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ครอบคลุม สมดุลและยั่งยืน สามารถยืดหยัดอยู่ได้ท่ามกลางความผันผวนและความท้าทายต่างๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และมีส่วนกระตุ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้ฟื้นตัวด้วย

ดังนั้น การที่เอเชียจะเป็นหนึ่งเดียวได้จะต้องมีการเชื่อมโยงเพื่อร่วมมือกันดึงเอาศักยภาพที่หลากหลายของเอเชียออกมาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เราควรจะเชื่อมโยงกันโดยเอเชีย เพื่อเอเชีย (Connectivity by Asia for Asia)

บิ๊กตู่แนะเอกชนร่วมมือรัฐพัฒนาเศรษฐกิจ-ลดเหลื่อมล้ำ

ทั้งนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นการลงทุนในระยะยาวที่มีผลตอบแทนชัดเจนในการลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และคน และเป็นประโยชน์ในการเผยแพร่ข้อมูลความรู้ การกระจายสวัสดิการ ยกระดับความเป็นอยู่อย่างทั่วถึง และลดความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาประเทศ ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ประมาณการณ์ว่า ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียจะมีรายได้ที่แท้จริงเพิ่มถึงอีกร้อยละ 6 หรือคิดเป็นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ.2020 หากมีการลงทุนและก่อสร้างโครงข่ายคมนาคมที่จำเป็นได้ตามเป้าหมาย

ภูมิภาคเอเชียมีความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสูงถึงประมาณปีละ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 60 ของโลก ในทางปฏิบัติ จึงยังมีประเด็นความท้าทายต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องพิจารณา อาทิ จะทำอย่างไรที่จะดึงดูดเงินทุนที่มีอยู่มากในเอเชียเพื่อตอบโจทย์ความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคได้อย่างเพียงพอ โดยสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละประเทศ ข้อจำกัดของพื้นที่ รวมทั้งการรักษาสิ่งแวดล้อม ทำอย่างไรจะส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน รวมทั้งกลไกลงทุนร่วมภาครัฐ - เอกชนที่มีประสิทธิภาพ

นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับภาคการผลิตและบริการไปสู่ประเทศไทย 4.0 กำหนดสาขาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปรับปรุงระบบบริหารราชการและปฏิรูปกฎระเบียบต่างๆ ไปพร้อมกับการเร่งยกระดับความเชื่อมโยงทางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ครอบคลุม ครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ ทั้งภายในประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิก ACD โดยได้จัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย วงเงิน 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อระดมทุนจากภาคเอกชน และเป็นแหล่งเงินทุนในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ ยังเสนอให้มีการคิดเห็นร่วมกันว่า ทำอย่างไรและด้วยกลไกอะไรที่จะทำให้เกิดการไหลเวียนและระดมเงินลงทุนข้ามประเทศจากแหล่งต่างๆ ด้วยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน องค์กร และธนาคาร เพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมเพื่อรองรับความรุ่งเรืองของเอเชียได้อย่างเต็มที่

"การเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมได้ช่วยให้เกิดความเชื่อมโยงด้านเงินทุน และการเงินในเอเชียยิ่งขึ้น นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่าง ฟินเทคได้เปลี่ยนโฉมและกำลังเปลี่ยนโฉมภาคการเงินใน ACD หลายประเทศ ประเทศไทยเองก็ใช้ประโยชน์จากฟินเทค และได้ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ตั้งเป้าให้ไทยเป็นสังคมไร้เงินสดในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการเงินสดลงถึงกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี"นายกฯกล่าว

เมื่อปีที่แล้ว เอเชียได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับโลกด้วยการลงทุนด้านฟินเทคเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า คิดเป็นมูลค่าถึง 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะฟินเทคได้เปลี่ยนแปลงชีวิตชาวเอเชียให้สะดวกและมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินและเงินทุนยิ่งขึ้น ในอนาคต ชาวเอเชียทุกคนอาจไม่จำเป็นต้องถือเงินสดหรือบัตรเครดิตอยู่ในมือ ก็ซื้อของได้ ส่งเงินกลับประเทศได้โดยค่าบริการที่ไม่แพง เข้าถึงแหล่งทุนและเปิดธุรกิจได้ด้วยการระดมทุนจากผู้ที่เชื่อในธุรกิจ บนพื้นฐานของระบบที่เชื่อถือได้ มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

บิ๊กตู่แนะเอกชนร่วมมือรัฐพัฒนาเศรษฐกิจ-ลดเหลื่อมล้ำ

นายกฯ ยังกล่าวถึงความท้าทายต่างๆ ทั้งในแง่ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ไปจนถึงกฏระเบียบกติกาที่จะรองรับ และความปลอดภัยของระบบข้อมูล ซึ่งต้องหาแนวทางร่วมมือทั้งภาครัฐ - เอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสร้างความรู้ความเข้าใจและหาแนวทางจัดการกับประเด็นความท้าทายต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ โดยไม่ขัดขวางการพัฒนา แต่ส่งเสริมการเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเอื้อต่อการพัฒนาความเชื่อมโยงทางการเงินโยงใยครอบคลุมได้ทั่วเอเชีย และโลก

วันนี้มีผู้แทนภาคการเงินธนาคาร ฝ่ายผู้กำกับดูแล และฝ่ายผู้ต้องการใช้ประโยชน์ฟินเทคมารวมตัวกัน จึงเป็นโอกาสดีที่จะมาเล่าประสบการณ์และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายที่ตามมาร่วมกัน โดยมุ่งใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีเพื่อร่วมกันวางรากฐานความเชื่อมโยงทางการเงินในเอเชีย ขอให้ทุกท่านใช้ประโยชน์สูงสุดจากเวที ACD Connect 2016 ในวันนี้ ระดมสมองและสร้างเครือข่ายระหว่างกัน ACD ควรเป็นแกนนำผลักดันการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและการเข้าถึงทางการเงินของเอเชีย

บิ๊กตู่แนะเอกชนร่วมมือรัฐพัฒนาเศรษฐกิจ-ลดเหลื่อมล้ำ

 

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย