
เดินหน้าเขตศก.พิเศษ ภาคตะวันออก
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2559 ที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติอนุมัติร่าง พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยองค่ะ
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2559 ที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติอนุมัติร่าง พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยองค่ะ
ร่างนี้มีความสำคัญในแง่ของการวางรากฐานในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกในอนาคตไปสู่การเป็นโมเดล 4.0 โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดนี้จะกินพื้นที่ 7 หมื่นไร่ค่ะ โดยภาครัฐหวังให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องมูลค่าไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ตัวร่าง พ.ร.บ.นี้ยังให้สิทธิประโยชน์มากมายทั้งสิทธิการเช่าที่ดิน 99 ปี, การอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานได้, การลดหย่อนภาษี และการถือครองเงินตราต่างประเทศที่ได้รับมาจากสถาบันการเงินต่างประเทศในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้โดยไม่จำเป็นต้องเร่งขายออกทันที นับว่ารัฐให้สิทธิประโยชน์เต็มที่ในการจูงใจให้เอกชนมากอยู่ค่ะ ซึ่งภาครัฐเองก็คาดหวังว่าเอกชนจะใช้สิทธิประโยชน์นี้ เพื่อให้เกิดการลงทุนและการจ้างงานในอนาคต
ในส่วนของการให้สิทธิเช่าที่ดิน 99 ปีนี้ นับว่ารัฐเองก็มีความเข้าใจในเรื่องของการปรับสิทธิการเช่าเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุด ทั้งนี้เราต้องเข้าใจว่าที่ดินในบางลักษณะเช่นที่ดินของภาครัฐหรือที่ราชพัสดุเองนั้นมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถขายออกไปได้ ทำได้แค่ให้สิทธิการเช่ากับผู้เช่าในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
สำหรับกรณีของที่ดินที่มีแค่สิทธิการเช่านั้น การที่ได้สิทธิในการเช่าตามปกติในเวลา 30 ปี จะไม่เอื้ออำนวยให้เกิดการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ได้เหมือนกับที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์เป็นของตัวเองค่ะ เนื่องจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่มากๆ นั้นต้องใช้เวลาในการคืนทุนนาน
ดังนั้นการที่รัฐเปิดช่องให้เอกชนที่เข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้สิทธิเช่าที่ดินได้ถึง 99 ปีจึงเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะเอื้อให้เกิดการลงทุนมูลค่าสูงๆ ในอนาคตได้
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐจะมอบสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจมากมายทั้งในเรื่องของสิทธิการเช่า การใช้เงินตราต่างประเทศ หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีนั้น การที่เอกชนผู้ลงทุนจะเห็นประโยชน์ชัดเจนจากสิทธิเหล่านี้ก็ต่อเมื่อมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นแล้วค่ะ สิทธิประโยชน์เหล่านี้ถึงจะเห็นผล
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของสิทธิประโยชน์ทางภาษี เอกชนจะได้ประโยชน์จริงๆ ก็ต่อเมื่อเริ่มมีการรับรู้รายได้จากการประกอบการเข้ามา ดังนั้นแล้วการที่รัฐประกาศมาตรการจูงใจต่างๆ ออกมานั้นแม้จะเป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ไม่ได้เกิดผลที่จับต้องได้ในทันที
ฉะนั้นแล้ว สิ่งที่รัฐสามารถทำได้เพื่อสร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชนกล้าเดินตามได้นั้นก็คือ ต้องทำสิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ชัดเจนทางกายภาพ และเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เห็นได้ชัด นั่นก็คือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
หากรัฐสามารถผลักดันโครงการลงทุนนี้ให้เกิดขึ้นได้จริงในเวลาอันรวดเร็ว จะทำให้เกิดภาพอนาคตที่ชัดเจนขึ้นในการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งการมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีมารองรับจะทำให้เอกชนเห็นประโยชน์ที่ชัดเจนที่จะได้รับในเรื่องของการเชื่อมโยงของระบบคมนาคมขนส่งที่มีต้นทุนที่ถูกลง จากนั้นภาคเอกชนก็จะเกิดความเชื่อมั่นและเกิดการลงทุนต่อเนื่องตามมาอย่างที่ภาครัฐหวังไว้ค่ะ







