
เร่งสร้างเทคโนโลยี4.0
กระทรวงวิทย์ฯ หนุนไทยแลนด์ 4.0 วางนโยบายหลัก 6 ด้าน ผ่านงบ 5,300 ล้านบาท กระตุ้นสร้างเทคโนโลยี อุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย
กระทรวงวิทย์ฯ หนุนไทยแลนด์ 4.0 วางนโยบายหลัก 6 ด้าน ผ่านงบ 5,300 ล้านบาท กระตุ้นสร้างเทคโนโลยี อุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยในงานวันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2559 จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ว่าในปี 2560 กระทรวงได้วางแผนการหลัก 6 ด้านใหม่ เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ผ่านงบประมาณ 5,300 ล้านบาท จากงบกระทรวงทั้งหมดที่ 1.40 หมื่นล้านบาท พร้อมกับจะส่งเสริมให้มีการสร้างงานวิจัยใหม่ที่จะเชื่อมโยงระหว่างรัฐและเอกชน ทำให้มีการสร้างเทคโนโลยีใหม่ในประเทศไทย ทั้งด้านหุ่นยนต์ การแพทย์ ดิจิทัล และเชื้อเพลิงชีวภาพ
ทั้งนี้ 6 ด้านหลักที่จะผลักดันมีทั้งการสร้างเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือฟู้ดอินโนโพลิส ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย การร่วมพัฒนาภาคธุรกิจเอสเอ็มอี โอท็อป และวิสาหกิจชุมชน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การร่วมสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ การให้บริการสร้างมาตรฐานแก่สินค้าเพื่อผู้ส่งออก การส่งเสริมเรื่อง สะเต็มศึกษา และการร่วมสร้างเทคโนโลยีใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรม
ขณะที่การสร้างประเทศไทย 4.0 จะทำให้ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการเปลี่ยนแปลงจากเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรสมัยใหม่ ที่เน้นบริหารจัดการเทคโนโลยี สร้างรายได้ให้สูงขึ้น เปลี่ยนเอสเอ็มอีแบบดั้งเดิมที่ให้รัฐช่วยเหลือตลอด ไปสู่เอสเอ็มอีที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การเปลี่ยนจากบริการดั้งเดิมที่มีมูลค่าค่อนข้างต่ำ สู่บริการที่มีมูลค่าสูง และเปลี่ยนจากแรงงานที่มีทักษะต่ำไปสู่แรงงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและทักษะระดับสูง
นายพิเชฐ กล่าวว่า ในระยะยาวจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และทำให้รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันรายได้ของประชากรในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 5,800 เหรียญสหรัฐ/คน/ปี ซึ่งมีเป้าหมายในระยะยาวจะผลักดันให้รายได้ของประชากรเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว
นอกจากนี้ จากการหารือกับหน่วยงานวิจัยและภาคเอกชน รวมถึงรัฐบาลของหลายประเทศ ทั้งประเทศอังกฤษและประเทศญี่ปุ่นพบว่า ต่างให้การตอบรับกับนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 เป็นอย่างดี รวมถึงให้ภาคเอกชนและหน่วยงานวิจัยต่างความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานหลักในการขยายตลาดต่อไปในภูมิภาคอาเซียน เพราะไทยถือเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาคนี้







