posttoday
ม.หอการค้าเผยดัชนีเชื่อมั่นดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่3

ม.หอการค้าเผยดัชนีเชื่อมั่นดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่3

06 ตุลาคม 2559

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.อยู่ที่ 74.2 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.อยู่ที่ 74.2 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนก.ย.2559 จากกลุ่มตัวอย่าง 2,258 คน พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ที่ 74.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน และเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกรายการ เนื่องจากประชาชนเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นจากปัจจัยบวกทั้งการส่งออกเดือนส.ค.ที่กลับมาบวกครั้งแรกในรอบ 5 เดือน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ต่อ การต่ออายุการใช้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) 7% ออกไปอีก 1 ปี รวมทั้งราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง

"ผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ทำให้เริ่มเห็นบรรยากาศการฟื้นตัวตามลำดับ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นด้วย ประกอบกับคาดหวังว่า รัฐบาลจะเน้นการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทั้งการออกฟิโกไฟแนนซ์เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3.4 แสนล้านบาท จึงคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้โตได้ 3.3-3.5% ขณะที่การส่งออกยังคงไว้ในกรอบ 0-ลบ2%" นายธนวรรธน์ กล่าว

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 63.4 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 62.2 และเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำที่ขยับมาอยู่ที่ 68.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตที่อยู่ 90.7

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4  สูงสุดในรอบ 11 ปี 5 เดือน  สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมองการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น มั่นใจว่าจะเห็นบรรยากาศการกลับเข้ามาลงทุนของเอกชนทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น ทำให้ดัชนีความสุขในการดำรงชีวิตปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 3  อยู่ระดับ 89.2 สูงสุดในรอบ 9 เดือน

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ภาพบรรยากาศปัจจัยลบเริ่มดีขึ้น ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว วิกฤต brexit การส่งออกที่ติดลบ และการทีองเที่ยวที่หดตัว ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมั่นใจว่าการจ้างงานจะกลับมาดีขึ้น รวมทั้งภาคเอกชนเองก็เริ่มมองว่า ทิศทางเศรษฐกิจดีขึ้น ทำให้การทำธุรกิจดีขึ้น การจับจ่ายใช้สอยเริ่มกลับมา แต่จากค่าดัชนีความเชื่อมั่นที่ยังต่ำกว่า 100 นั่น ก็สะท้อนว่า ภาพของการฟื้นตัวยังเป็นไปได้ช้าอยู่

สำหรับกระแสความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมนั้น ภาพที่ออกมายังไม่ได้รุนแรงนัก เพราะจากข้อมูลที่ออกมาพบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพียง 10 จังหวัด ดังนั้นเหตุการณ์น้ำท่วมในขณะนี้จึงยังไม่เสียหายรุนแรงและไม่ได้อยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจ แต่ยังคงต้องติดตามผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในเดือนต.ค.นี้ ว่าจะรุนแรงขึ้นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการได้ ทั้งนี้  คาดว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำในขณะนี้ไม่น่าจะเท่าปี 2554 โดยความเสียหายน่าจะอยู่ในหลักไม่เกินพันล้านบาท ซึ่งไม่น่าจะมัผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เพราะกระทบต่อจีดีพีไม่เกิน 0.05%

ขณะเดียวกัน การประชุมสอดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (เอซีดี) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัด และจะมีขึ้นระหว่างวันที่  8-10 ต.ค.นี้  จะมีผู้นำ 38 ประเทศเข้าร่วมประชุม ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำให้นานาประเทศรู้จักประเทศไทยมากขึ้น  โดยไทยจะใช้เวทีดังกล่าวประชาสัมพันธ์นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และจะมีการเลือกตั้งในปี 2560  รวมถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตถึงปีหน้า ประกอบกับมีปัจจัยหนุนที่รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจตะวันออก เชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะดึงเม็ดเงินมาลงทุนในไทยมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ยกระดับไปอีกขั้นกับ AI Agent จาก Zoom ท้าชน Google และ Microsoft

ยกระดับไปอีกขั้นกับ AI Agent จาก Zoom ท้าชน Google และ Microsoft